โควาซิส รับแข้งสิงห์ไม่เฉียบขาดเองจนต้องพ่ายปีศาจแดง

โควาซิส

    การพ่ายคาบ้านของเชลซีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้สถานการณ์ลุ้นท็อปโฟร์กลับมาสนุกอีกครั้ง และมัตเตโอ โควาซิสมิดฟิลด์ห้องเครื่องของทีมสิงห์บลูก็ออกมาแอ่นอกรับอย่างลูกผู้ชายว่าทีมของเค้าต้องฝันร้ายเพราะขาดวิญญาณเพชรฆาตในจังหวะจบสกอร์

    เชลซีสร้างโอกาสยิงถึง6ครั้งแต่กลับสามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้เลย ซึ่งโควาซิสมองว่านี่เป็นปัญหาเรื่องความเฉียบขาด และประสบการณ์ “ เราทำผลงานกันได้ดีในช่วงแรก เรากดดันได้ยูไนเต็ดได้เยอะมาก แต่เราไม่เด็ดขาดพอตรงกันข้ามกับยูไนเต็ดได้ประตูออกนำจากการได้ยิงครั้งแรก ประตูนั้นทำให้เราช็อตไปดื้อๆ จังหวะการเล่น และอารมณ์ร่วมเราขาดช่วงไป ซีซั่นนี้เรามีผู้เล่นอายุน้อยถูกเติมเข้ามาในทีมหลายคน พวกเค้าล้วนเป็นอนาคตของสโมสร แต่ประสบการณ์คือสิ่งที่พวกเค้ายังคงต้องเรียนรู้ นักเตะทุกคนพยายามที่จะพาทีมกลับมาแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่วันของเรา ”

     “ เป็นอีกครั้งที่เราเล่นดีแต่ก็ทำแต้มหลุดมือไป ถึงแม้เราจะยังอยู่ในโซนท็อปโฟร์ แต่เราก็ไม่อาจวางใจได้ เราปลุกให้ทีมอย่างสเปอร์ส และแมนยูฯมีความหวังขึ้นมา เราต้องเชิดหน้าขึ้นมองในสิ่งดีๆที่เรามีและรักษามันเอาไว้ให้ได้(อันดับท็อปโฟร์) ” มิดฟิลด์ชาวโครตแอตกล่าวอย่างหนักแน่น

โควาซิส กระตุ้นเพื่อนโปรแกรมทุกนัดที่เหลือต้องเน้นให้มาก

    แม้จะมีอันดับอยู่ในโซนโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่โควาซิสก็ออกมาหว่านล้อมเพื่อนร่วมทีมให้ทุ่มเทกับแต่ละนัดที่เหลืออย่างสุดตัว “การแพ้ต่อยูไนเต็ดในวันนี้จะทำให้เราอยู่ในความกดดัน โปรแกรมลงเล่นที่เหลือมันจะกลายเป็นเกมที่ยากกว่าเดิม มันคือบทพิสูจน์ว่าเชลซีชุดปัจจุบันมีความแข็งแกร่งเพียงไหน ”

   “ สิ่งที่เราทำได้คือต้องซ้อมให้หนัก และทุ่มเททุกอย่างที่มีลงไปในเกมที่เหลือ เราได้รับบทเรียนมาแล้วจากหลายๆเกม ทุกแต้มหลังจากนี้จะมีผลกับเชลซีอย่างมหาศาล ทีมไม่ควรเสียแต้มโดยไม่จำเป็นอีกแล้ว ” กองกลางวัยเบญจเพศกล่าวอย่างมุ่งมั่น

    โดยเชลซียังอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ในบอลถ้วยเอฟ เอคัพ และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก จึงทำให้พวกเค้าจะมีโปรแกรมลงเล่นอันถี่ยิบจนเป็นที่น่ากังวลใจอยู่เหมือนกันว่าพวกเค้าจะยังสามารถจบอันดับใดอันดับหนึ่งในกลุ่มท็อปโฟร์ได้หรือไม่ เพราะในเกมพรีเมียร์ลีกเองก็ยังเหลือเกมดวลกับทีมหัวตารางอย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้ และลิเวอร์พูลอีกต่างหาก

ผี มัวแต่ป้อบาซ่า,ชุดขาวลุมแย่งเซ็นกรีลิชเข้าก๊วนด้วยเช่นกัน

ผี

    ถ้ามีการจัดอันดับทีมจอมอกหักในวงการฟุตบอลเชื่อว่าซีซั่นนี้แมนยูฯน่าจะชิงรางวัลนี้ไปครอบครองได้แน่นอน เพราะแม้ว่าพวกเค้าจะได้ทั้งบรูโน่ แฟร์นันเดซ และแฮรี่ แม็คไกวร์สองแข้งดังมาเสริมทัพ แต่ก็ยังนักเตะฝีเท้าดีอีกหลายคนที่พวกเค้าทำหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย ไล่เรียงตั้งแต่เออวิ่ง เบลาร์ ฮาแลนด์,มาริโอ มานด์ซูกิซ,เอ็มเร่ ชาน และทาคูมิ มินามิโนะ แถมล่าสุดแจ๊ค กรีลิชเป้าหมายที่เป็นข่าวจีบกันไปมาอย่างหนักก็ส่อแววว่าอาจจะชวดไปอีกรายด้วย เมื่อสองมหาอำนาจจากสเปนอย่างบาเซโลน่า และรีล มาดริดต่างออกตัวว่าพร้อมที่จะบิดแย่งตัวกรีลิชกับทางปีศาจแดงด้วยกันทั้งคู่

    แจ๊ค กรีลิชสถาปนาตัวขึ้นมาเป็นจอมทัพของแอสตัน วิลล่าอย่างเต็มตัวแล้วในปีนี้ หลังจากกดไป9ประตูกับอีก8แอสซิตต์จากทุกรายการ แล้วผลงานอันน่าประทับใจนี่เองที่ไปเตะตาทีมใหญ่เข้าเต็มเปา เมื่อรายงานจากอังกฤษยืนยันว่าทั้งบาเซโลน่า และรีล มาดริดได้ล็อคเป้าที่จะล่าตัวกรีลิชหลังจบฤดูกาลนี้ด้วยวงเงินที่ไม่ต่ำกว่า60ล้านปอนด์ จึงกลายเป็นข่าวร้ายสำหรับปีศาจแดงออกตัวแจกขนมจีบให้กองกลางวัย24มาตั้งแต่หลังปีใหม่ เนื่องจากทั้งสองทีมที่กำลังจะเข้ามาแจมนั้นต่างก็เป็นทีมที่มีชื่อชั้นไม่เป็นรองใคร แถมยังจะได้เล่นถ้วยสโมสรยุโรปอย่างยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกต่างหาก

ยาปสตัมชวน ผี ลืมกรีลิชเบ็นเป้าเซ็นแมดดิสันจะเข้าท่ากว่า

    ด้านยาป สตัมอดีตปราการหลังชาวดัตซ์ก็ได้ออกมาเสนอแนะทีมเก่าให้หันไปล่าลายเซ็นเจมส์ แมดดิสันจะดีกว่า “ ทั้งเจมส์(แมดดิสัน) และแจ๊ค(กรีลิช)ต่างเป็นตัวเลือกที่สนใจ แต่ยูไนเต็ดกำลังมองหานักเตะตัวกลาง นั่นทำให้เจมส์น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ”

   “ เค้าคุมแดนกลางได้ดี ออกบอลง่าย มักอยู่ถูกที่ถูกเวลา และยิงประตูได้ดีเค้าทำให้ผมนึกถึงแฟรงค์ แลมพาดเลยเชียวละ แถมเจมส์ยังสามารยืนสูงเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกได้อีกต่างหาก ในขณะที่แจ็คมักชอบพาบอลขึ้นมาด้านข้าง แต่เค้าก็ไม่ใช่ปีกที่จะบอลเข้าไปเปิดที่สุดเส้นหลังมากนัก แต่มักพาบอลตัดเข้าไปเล่นด้านใน แจ็คเป็นผู้เล่นที่ดีนะ ในพื้นที่แคบๆเค้าเอาตัวรอดได้เยี่ยมมากๆ แต่ผมไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเค้าเป็นปีกหรือมิดฟิลด์ตัวกลาง นั่นคือเหตุผลที่ผมคิดว่าแมดดิสันน่าจะมีประโยชน์กับเรามากกว่า ” อดีตนักเตะผีวัย47ปีกล่าวทิ้งท้าย

เพอร์ซี่ ออกหน้าขอแฟนผีแดงให้เวลาโซลชาได้คุมทีมต่อเป็นผลดีมากกว่า

เพอร์ซี่

    แม้ว่าผลงานล่าสุดของแมนยูฯจะน่าชื่นใจด้วยการบุกไปกำราบเชลซีถึงถิ่นสแตนฟอร์ดบริดจ์2-0 แต่ทว่าก็ยังมีแฟนบอลเดนตายอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังอยากให้กุนซือโอเล่ กุนน่า โซลชาอำลาตำแหน่งไปอยู่ดี เนื่องจากยังไงซะก็คงจะไม่สามารถพาทีมกลับไปลุ้นอันดับท็อปโฟร์ได้อยู่ดี จนทำให้นักเตะผู้เคยสวมเสื้อหมายเลข20ต่อจากโซลชาอย่างโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ต้องออกโรงมาช่วยกลบกระแสว่ายังไม่ควรด่วนตัดสินโซลชาในเวลานี้

    ปัจจุบันแมนยูฯรั้งอันดับ7ของตารางพรีเมียร์ลีกและยังคงมีคะแนนตามหลังโซนท็อปโฟร์อยู่3แต้ม ซึ่งฟาน เพอร์ซี่มองว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจแล้วสำหรับสภาพทีมปีศาจแดงในชั่วโมงนี้ “ มันก็ไม่เลวนะสำหรับภาพรวมในปีนี้ แน่นอนมันมีเกมที่น่าผิดหวัง แต่เราก็รับมือกับทีมใหญ่ๆได้ดี และนั่นเป็นเครดิตของโอเล่ ”

    “ ซีซั่นนี้ผู้เล่นของยูไนเต็ดบาดเจ็บกันเยอะมาก นึกดูซิเราไม่มีทั้งแรชฟอร์ด และป็อกบาแต่เราก็ยังชนะแมนซิตี้ และเชลซีมาได้นะ แต่ถึงอย่างไรยูไนเต็ดก็จำเป็นต้องรักษาความสม่ำเสมอให้มากกว่านี้ ผมยังเห็นแนวโน้มที่ดีภายใต้การทำงานของโอเล่นะ สโมสรควรเชื่อมั่นในการตัดสินใจที่ผ่านมา นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ยูไนเต็ดจะทำได้ในเวลานี้ ” อดีตหัวหอกแดนกังหันออกตัวเซฟโซลชา

เพอร์ซี่ ชี้งานคุมผีแดงไม่หมูขนาดมู,ฟาลกัลยังไปไม่รอดเลย

     นอกจากนี้ฟาน เพอร์ซี่ยังได้วิเคราะห์เพิ่มเติมว่าการเข้ามาสานต่อความสำเร็จให้แมนยูฯต่อจากการวางมือของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสันนั้นเป็นงานที่สุดจะหฤโหด “ เซอร์อเล็กทำผลงานในระดับที่สูงมาก มันเป็นแรงกดดันมหาศาลสำหรับคนที่รับงานต่ออยู่แล้ว ผู้จัดการทีมก่อนหน้าโอเล่มีทั้งเดวิด มอยส์,หลุยส์ ฟาลกัลป์ และโชเซ่ มูรินโญ่แต่พวกเค้าก็ไม่สามารถทำผลงานในระดับที่สโมสรคาดหวังได้เลย ”

     “ บางคนอาจนำสถิติของเดวิด มอยส์มาเปรียบเทียกับโอเล่ แล้วบอกว่ามอยส์ยังทำผลงานได้ดีกว่า ผมไม่คิดว่ามันจะถูกต้อง ถ้าเอาตัวเลขนั้นมาเทียบเซอร์อเล็กก็อาจจะโดนไล่ออกไปก่อนจะพายูไนเต็ดขึ้นมายิ่งใหญ่แล้ว ฟุตบอลเป็นเรื่องของภาพรวม มันเทียบกันไม่ได้หรอก ผมยังเชื่อมันว่าโอเล่จะผลักดันทีมไปได้ไกลกว่านี้ เซอร์อเล็กเองก็ยังต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะหาทีมที่ลงตัวได้ สโมสรควรให้สิ่งเดียวกันนี้กับโอเล่ มันต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่เมื่อเค้าหาเจอเราจะได้เห็นว่ามันคุ้มค่าแน่นอนที่พวกเราให้โอกาสเค้า ” อดีตกองหน้าปีศาจแดงวัย36กะรัตยืนยัน

บาซ่า ใส่สูตรโกงจนได้เบรธเวทกองหน้าเลกาเนสกลางเทอม18ล้านยูโร

บาซ่า

    หลังจากสบโอกาสเสริมทัพเป็นกรณีพิเศษในที่สุดบาซ่าก็ได้ทำการซื้อผู้เล่นใหม่เป็นสำเร็จ ด้วยการเปิดตัวมาร์ติน เบรธเวทศูนย์หน้าตัวความหวังของเลกาเนสมาร่วมทีมด้วยเม็ดเงิน18ล้านยูโร โดยดาวเตะชาวเดนมาร์กได้ทำสัญญาผูกมัดกับทัพอัลซูนกราน่าเป็นเวลา4ปีด้วยกัน

    ก่อนหน้านี้ได้มีกระแสอันพิลึกพิลั่นว่าสมาคมฟุตบอลสเปนจะอนุญาตให้บาเซโลน่าได้เสริมทัพเป็นกรณีพิเศษ จากการที่ต้องเสียอุสมานด์ เดมเบเล่จากอาการบาดเจ็บต้นขาหลังจนต้องพักยาวครึ่งปีตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ว่าสโมสรในสเปนด้วยกันจะสามารถเสริมทัพได้ถ้าหากทีมนั้นมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเกินนาน5เดือนขึ้นไป จนทำให้บาเซโลน่าสร้างปรากฎการณ์ซื้อขายนักเตะนอกเวลาทำการซื้อขายปกติเป็นครั้งแรก

    “ บาเซโลน่าสามารถบรรลุข้อตกลง18ล้านยูโร เพื่อดึงตัวมาร์ติน เบรธเวทมาจากเลกาเนสได้สำเร็จ เราดีใจการเจรจาลุล่วงได้ด้วยดี เราต้องขอขอบคุณเลกาเนสด้วยกับความช่วยเหลือในครั้งนี้ เบรธเวทเป็นนักเตะที่เราจับตามองมานานแล้ว เค้าเป็นกองหน้าชั้นเลิศ ดังนั้นเราจึงใส่เงื่อนไขฉีกสัญญากับเค้าไว้ที่300ล้านยูโร ” ทัพเจ้าบุญทุ่มแถลงการณ์

เลกาเนสขายเองบ่นเองไม่แฟร์ที่ให้ บาซ่า ซื้อเข้าได้ฝ่ายเดียว

    ด้านเลกาเนสเองหลังเสียแข้งหลักอย่างเบรธเวทไปก็ได้ออกมากล่าวโจมตีสมาคมฟุตบอลสเปนว่าตั้งกติการเสริมทัพแบบเฉพาะกิจขึ้นมาเอื้อกับทีมระดับใหญ่ๆเท่านั้น ในขณะที่พวกเค้าซึ่งเป็นสโมสรเล็กๆกลับไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล “ บาเซโลน่ากำลังดีใจสวนทางกับทีมเราที่เสียนักเตะตัวหลักไปโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย(ไม่สามารถซื้อเพิ่มได้เหมือนบาซ่า) แน่นอนมันเป็นการตกลงกันระหว่างสองสโมสร เลกาเนสได้ค่าตัวนักเตะจากเรื่องนี้แต่มันก็กลายเป็นปัญหาของเราอยู่ดี เพราะเราเสียนักเตะที่ดีที่สุดของเราออกไป ”

    “ ผมประหลาดใจตรงที่ทีมหนึ่งเสียผู้เล่นจากอาการบาดเจ็บไปพวกเค้าจึงได้โอกาสซื้อนักเตะเพิ่ม แต่เลกาเนสก็เสียนักเตะไปจากเงื่อนไขดังกล่าวแล้วทำไมเราจะซื้อนักเตะเพิ่มบ้างไม่ได้ นี่มันกฎบ้าอะไรกัน สมาคมฟุตบอลสเปนไม่มีความยุติธรรมให้กับทีมเล็กๆอย่างเรา ”

    “ เลกาเนสต้องผ่านอะไรมาเยอะมากกว่าจะได้กลับมาเล่นในลีกสูงสุด แต่เราก็ยังโดนกลั้นแกล้ง ถึงอย่างนั้นเราก็จะไม่ยอมแพ้ นักเตะและทีมงานทุกคนจะรวมใจกันสู้จนเกมสุดท้ายเพื่อการอยู่รอดในลีกสูงสุดต่อไป ” ผู้อำนวยการทั่วไปของเลกาเนส มาร์ติน ออร์เตก้ากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์

วิลล่า สอยซามัตต้าหัวหอกเกงค์เสริมทัพด้วยค่าตัว10ล้านปอนด์

วิลล่า

    แอสตันวิลล่าที่หนักใจจากการหายหน้าหายตาไปของเวสลี่ย์ก็ได้เบาใจกับเค้าเสียที เมื่อล่าสุดพวกเค้าบรรลุข้อตกลงคว้าตัวเอมบาน้า ซามัตต้ากองหน้าตัวเก่งของเกงค์มาร่วมเสริมทัพได้สำเร็จด้วยสนนราคาค่าตัว10ล้านปอนด์

    นับตั้งแต่เวสลี่ย์กองหน้าตัวความหวังได้รับบาดเจ็บที่บริเวณเอ็นหัวเข่าจนไม่สามารถลงเล่นครึ่งฤดูกาลที่เหลือได้ ทีมสิงห์ผงาดก็มีปัญหาติดขัดในเกมรุกมาโดยตลอด กระทั่งในที่สุดพวกเค้าก็ต้องทุ่มเงินอีกเฮือกเพื่อคว้าตัวซามัตต้าเข้ามาล่าตาข่ายแทน “ สโมสรแอสตันวิลล่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่การเซ็นสัญญาครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี ซามัตต้าเป็นกองหน้าชั้นยอด เค้าเคยยิงประตูลิเวอร์พูลได้มาแล้ว เราหวังว่าเค้าจะนำช่วงเวลาดีๆกลับมาสู่ทีมของเรา ” ดีน สมิธกล่าวในโอกาสเปิดตัวกองหน้าชาวแทนซาเนีย

    เอมบาน้า ซามัตต้ากองหน้าวัย27กะรัตลงเล่นให้เกงค์ไปแล้ว28เกมพร้อมยิงได้ถึง10ประตู ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการยิงใส่ทีมหงส์แดงในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งการเคยมีชื่อพังสกอร์ทีมในพรีเมียร์ลีกมาแล้วก็ทำให้เจ้าตัวมั่นอกมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถสะสมชื่อบนสกอร์บอร์ดได้อีกมากในซีซั่นนี้ “ มันเป็นโอกาสที่ผมไม่อาจปล่อยผ่าน ผมคือตัวแทนนักฟุตบอลของแทนซาเนียที่จะลงเล่นในพรีเมียร์ลีก มันช่างน่าตื่นเต้นเหลือเกิน ผมเคยยิงประตูลิเวอร์พูลมาแล้ว หวังว่าจะทำมันได้อีกกับทีมอื่นๆ ”

วิลล่า ไม่หนำเซ็นดาวรุ่งบาซ่าเสริมเพื่อเป็นตัวเลือกแนวรุก

     นอกจากนี้แอสตันวิลล่ายังได้เซ็นกองหน้าดาวรุ่ง ลูอี้ แบร์รี่กองหน้าวัย16ปีเข้ามาเพิ่มอีกรายด้วยค่าตัวราว1ล้านปอนด์ “ เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้แบร์รี่มาร่วมทีม เค้าเป็นนักเตะมหัศจรรย์ อีกทั้งยังเติบโตมากับครอบครัวที่เป็นแฟนบอลของวิลล่าขนานแท้อีกต่างหาก เค้าจะเพิ่มความคึกคักให้กับทีมเยาวชนของเราได้อย่างแน่นอน ” มาร์ค แฮริสันผู้จัดการนักเตะอะคาเดมี่ของแอสตันวิลล่ากล่าวแสดงความยินดี

     โดยลูอี้ แบร์รี่ได้ถือกำเนิดที่เมืองเบอมิงแฮม(ย่านเดียวกับสโมสรแอสตันวิลล่า)เพิ่งย้ายไปร่วมศูนย์ฝึกลามาเซียของบาเซโลน่าเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วก็ได้ลงสัมผัสเกมในระดับเยาวชนของบาซ่ามาบ้างแล้ว แต่ทว่าทีมสิงห์ผงาดก็ได้ความพยายามในการเข้าหาครอบครับของนักเตะ จนกระทั่งในที่สุดก็สามารถฉกเพชรเม็ดงามแห่งแดนผู้ดีกลับมาสู่บ้านเกิดเมืองนอนได้สำเร็จ

มุสตาฟี่ ใจชื้นพี่ต้ายันเล่นพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่แค่อย่ายอมแพ้

มุสตาฟี่

    แม้ว่าแฟนปืนใหญ่จะสะใจที่อาร์เซนอลสามารถตามตีเสมอเชลซีได้ถึงบ้าน2-2 แต่อันที่จริงพวกเค้าน่าจะสู้ได้ดีกว่านี้หากมีผู้เล่นจำนวนเท่ากัน แต่กระนั้นก็เป็นเพราะความผิดพลาดของสโคดาน มุสตาฟี่ที่จ่ายบอลพลาดจนลงเอยด้วยการโดนใบแดงของดาวิด ลุยซ์ ซึ่งความผิดพลาดอันซ้ำซากของกองหลังชาวเยอรมันในครั้งนี้ถูกเพ่งเล็งว่าอาจทำให้หมดอนาคตในทีมของอาร์เตต้า อย่างไรก็ดีเทรนเนอร์ชาวสเปนได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วว่าเป็นความผิดพลาดที่ยอมรับได้ และจะไม่หั่นอนาคตของกองหลังรายนี้อย่างแน่นอน

    “ มันเป็นความผิดพลาดอย่างแน่นอนแต่มันเกิดขึ้นได้ ไม่มีนักเตะคนไหนที่ลงเล่นโดนไร้ข้อผิดพลาด ฉะนั้นผมไม่ได้ประเมินใครต่อใครจากข้อผิดพลาดเหล่านั้น แต่ผมจะพิจารณาพวกเค้าจากปฏิกิริยาหลังข้อผิดพลาดต่างหาก และมุสตาฟี่ก็แสดงออกได้ดี เค้าตื่นตัวมากขึ้น และยังสู้เพื่อนำทีมกลับมา ผมค่อนข้างประทับใจในแง่มุมเหล่านี้มากกว่า ”

    อันที่จริงมุสตาฟี่แทบจะหมดอนาคตกับปืนใหญ่ไปนานแล้ว เนื่องจากถูกบีบให้ย้ายทีมตั้งแต่ต้นฤดูกาลแต่ทว่าเจ้าตัวก็ยังคงปักหลักที่จะพิสูจน์ตัวกับทีมต่อไป กระทั่งมาได้รับโอกาสลงเล่นอีกครั้งในยุคของอาร์เตต้า “ อย่างที่เคยบอกผมไม่สนใจสิ่งที่ผ่านไปแล้ว จากทีเห็นมุสตาฟี่ก็มีความมุ่งมั่นในระดับสูง เค้าก็เป็นตัวเลือกเหมือนคนอื่นๆ หน้าที่ของผมคือหาทางทำให้เค้ากลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ”

อาร์เตต้าชม มุสตาฟี่ ด้วยซ้ำว่ามีส่วนพาปืนเซฟแต้มจากสิงห์บลู

    นอกจากจะไม่แสดงความผิดหวังกับข้อผิดพลาดของลูกทีมแล้วอาร์เตต้ายังเลือกที่จะชมเชยมุสตาฟี่ว่ามีส่วนที่ทำให้อาร์เซนอลกลับมายิงสองประตูจนรอดพ้นความพ่ายแพ้ในเกมกับเชลซีอีกต่างหาก “ ใครๆชอบคนเก่งทั้งนั้น แต่ผมชอบมองหานักเตะประเภทที่พร้อมจะสู้เพื่อทีมในทุกสถานการณ์ และมุสตาฟี่ก็แสดงออกเช่นนั้นกับเชลซี เค้าสู้ในทุกจังหวะ แล้วประตูตีไข่แตกก็เริ่มมาจากเค้าด้วย ”

     “ ผมไม่มีปัญหากับความผิดพลาด แต่ผมจะมีปัญหากับใครที่พลาดแล้วไม่คิดจะแก้ไขอะไรให้ดีขึ้นต่างหาก มันไม่ใช่แค่สำหรับมุสตาฟี่ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนแล้วผมก็จะตัดสินพวกเค้าด้วยมาตรฐานเดียวกัน อาร์เซนอลยังมีงาหนักรออยู่  เราไม่ได้มองหาความสมบูรณ์แบบ แต่เรามองหากลุ่มนักเตะที่พร้อมจะช่วยเหลือกัน และผลักดันทีมไปข้างหน้า มุสตาฟี่จะยังอยู่เป็นตัวเลือกของผมต่อไป ”

มาติเนลลี่ เด็กมีของอาจทาบฝีเท้าเหยินใหญ่ได้โรนัลดินโญ่กล่าวชม

มาติเนลลี่

    ทั้งที่ถูกเซ็นสัญญาเข้ามาในฐานะดาวรุ่งเพื่ออนาคต แต่ด้วยวิกฤตต่างๆที่ถาโถมก็ทำให้อาร์เซนอลต้องผลักดันกาเบียล มาติเนลลี่ลงสนามก่อนวัยอันควร แต่ดาวยิงชาวแซมบ้าก็ไม่ทำให้ชาวกันเนอร์ต้องผิดหวังเมื่อกดไปแล้ว10ประตูในซีซั่นปัจจุบัน จนแทบจะกลายเป็นตัวหลักของทีมปืนใหญ่ไปแล้วด้วยวัยเพียง18ปี ผลงานนี้เองที่ทำให้อดีตตำนานทีมชาติบราซิลอย่างโรนัลดินโญ่ต้องออกมาชื่นชมถึงพัฒนาการของรุ่นน้องรายนี้

    “ ปรากฏการณ์ที่กาเบียลทำในอังกฤษถือเป็นเรื่องฮือฮามากในบราซิล เค้าไม่ได้ถูกจับตามองมากนักแม้กระทั่งตอนเซ็นสัญญากับอาร์เซนอล แต่ผลงานของกาเบียลกลับเชิญชวนทุกสายตาให้จับจ้องมองมาที่เค้า พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่แข็งแกร่งมากๆ มันจึงไม่ได้ใช้เพียงทักษะความสามารถ แต่มันต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งอีกด้วย การเห็นเค้าทำประตูได้เรื่อยๆในปีแรกที่ย้ายไปยุโรปทำให้ผมนึกถึงโรนัลโด้(R9)อย่างมาก เพราะตอนที่โรนัลโด้ย้ายไปลีกดัตซ์ปีแรกเค้าก็ยิงไปถึง30ลูก สร้างความฉงนสงสัยให้กับวงการฟุตบอลว่าเจ้าหมอนี่มันเป็นใครกัน? ”

    “ ทั้งคู่มีสิ่งที่เหมือนกัน นั่นคือถ้าปล่อยให้เค้ามีบอลเมื่อไหร่ เค้าสามารถทำอะไรก็ได้ ว่ากันตามตรงกองหลังในยุโรปมักเข้าสกัดหนักๆเพื่อทำลายความมั่นใจผู้เล่นเกมรุก แต่ผมบอกได้เลยว่าไม้นี้ใช้กับกาเบียลไม่ได้ เพราะเค้าจะไม่กลัวคุณ ถึงจะโดนสกัดหรือทำฟาวส์แต่เค้าก็จะกลับมาเล่นงานคุณใหม่พร้อมลูกเล่นที่แพรวพราวกว่าเดิม แต่ที่พิเศษสุดๆคือสัญชาตญาณการทำประตูที่เยือกเย็น เค้าดูผ่อนคลายไร้ความกดดันแต่ก็ยังส่งบอลไปสู่ก้นตาข่ายได้เรื่อยๆ ผมบอกเลยว่าเค้ามีโอกาสไม่น้อยที่จะเดินตามรอยโรนัลโด้ ” เจ้าเหยินเล็กยกยอมาติเนลลี่อย่างออกนอกหน้า

อาร์เตต้ารับ มาติเนลลี่ ทั้งกระหายชัยและนิ่งเกินวัยอีกต่างหาก

    ไม่เพียงแต่คำชมจากคนนอกเท่านั้น มิเกล อาร์เตต้ากุนซือเห็นนักเตะซ้อมทุกวันก็ช่วยยันอีกเสียงว่ามาติเนลลี่คือเด็กมหัศจรรย์ของจริง “ มาติเนลลี่มีความมั่นใจในระดับสูง เค้าไม่ได้เล่นได้สมบูรณ์แบบแต่เค้าไม่เคยยอมแพ้ จุดแข็งของเค้าคือทัศนคติ มันคือกลไกที่ทำให้เค้าทำประตูได้ต่อเนื่อง ผมได้ยินคำบอกเล่าเกี่ยวกับเค้ามาตั้งแต่ยังอยู่กับซิตี้ แล้วเมื่อได้มาทำงานร่วมกันผมถึงรู้ว่ามันไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย กระนั้นเราก็พยายามไม่ให้เค้ากดดันจนเกินไป มาติเนลลี่มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วเรามั่นใจว่าเค้าจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของอาร์เซนอลได้อย่างแน่นอน ”

เมอร์สัน หยามแข้งอสูรแดงชุดปัจจุบันสุดปวกเปียกทำทีมตกต่ำ

เมอร์สัน

     กระแสความกดดันที่ถาโถมเข้ามายังโอเล่ กุนน่า โซลชาในช่วงนี้ก็ทำให้บรรดากูรูลูกหนังแดนผู้ดีต่างออกมาให้ความเห็นกันอย่างมากมาย แล้วเมื่อถึงคราวที่พอล เมอร์สันถูกถามเกี่ยวกับเรื่องนี้อดีตมิดฟิลด์ปืนใหญ่ก็ชี้แจงทันทีว่าคุณภาพผู้เล่นของแมนยูฯนั่นต่ำเกินไปจึงไม่แปลกที่โซลชาจะไม่สามารถพาทีมไปได้ไกลกว่านี้ได้

     ปีศาจแดงประสบปัญาบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลักหลายราย อาทิ สก็อต แม็คโทมิเน่ย์,ปอล ป็อกบา,เอริค ไบญี่ และมาร์คัส แรชฟอร์ด แต่เมอร์สันกลับลงความเห็นว่าต่อให้ตัวหลักเหล่านี้อยู่ในสนามปีศาจแดงก็ยังไม่แน่ว่าผลงานจะกระเตื้องขึ้นกว่านี้ “ เรามักได้ยินคำพูดที่ว่าหากแม็คโทมิเน่ย์มีชื่อลงเล่นผลงานน่าจะดีกว่านี้ ซึ่งมันเป็นคำกล่าวที่เลื่อนลอยมาก แม็คโทมิเน่ย์นี่มีข่าวว่าบาเซโลน่าอยากได้ตัวบ้างหรือยัง หรือแม้แต่เฟร็ดที่เริ่มเล่นดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงมันก็ยังห่างไกลกับค่าตัวระดับ50ล้านปอนด์อยู่ดี นี่คือมาตรฐานนักเตะที่ยูไนเต็ดต้องการจริงๆหรอ? ”

     “ ส่วนนักเตะที่อย่างมาร์กซิยาลก็แทบจะไม่พัฒนาอะไรขึ้นเลย หลังจากอยู่กับทีมมา5ปีคุณควรแบกรับความกดดันได้ดีกว่านี้ คุณไม่ใช่ดาวรุ่งที่เพิ่งมาจากลีกเอิงอีกแล้ว นอกจากนี้การที่นักเตะที่รุ่นพี่ไม่สามารถพึ่งพาได้ก็ยังทำให้ดาวรุ่งอย่างดาเนี่ยล เจมส์ และเมสัน กรีนวู๊ดลงเล่นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เมื่อเด็กอายุน้อยๆถูกส่งลงมาในสนามแทนที่นักเตะรุ่นใหญ่มันคือแรงกดดันมหาศาล แน่นอนยูไนเต็ดมีดาวรุ่งเก่งๆหลายคน แต่มารอหวังให้นักเตะอายุน้อยๆโชว์ผลงานมหัศจรรย์ในทุกๆเกมไม่ได้หรอก ”

     “ อีกทั้งมาตรฐานเกมรับของพวกเค้าก็ดูจะไม่เหมาะกับแผงแบ็คโฟร์ มันเห็นคาตาว่าแฮรี่ แม็คไกวร์ยังเทียบกับเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ไม่ได้เลย ทั้งหมดที่กล่าวมามันมาหยุดลงตรงที่มูลค่านักเตะยูไนเต็ดยังมีราคาสูงกกว่าลิเวอร์พูลถึง100ล้านปอนด์นี่ละ มันบ้ามากๆที่วันนี้ยูไนเต็ดต้องขุดเอาสถิติการจ่ายเงินทิ้งๆขว้างๆเพื่อให้มีอันดับเหนือกว่าคู่ปรับตลอดกาล ” เมอร์สันวิจารณ์แรง

เมอร์สัน เชื่อวู้ดเวิร์ดใกล้ชะตาขาดเซ่นผลงานเสริมทัพสุดห่วย

     ทั้งหมดที่กล่าวมายังนำพาให้เมอร์สันสรุปโดยนัยว่าเอ็ด วู้ดเวิร์ดรองประธานบริหารอาจชะตาขาดในอีกไม่นาน “ ในขณะที่ตัวที่มีก็หาดีไม่ได้ ส่วนเป้าหมายหลักก็หลุดมือไปอีกเพียบ(บรูโน่ แอร์นันเดซ,เออวิ่ง ฮาแลนด์,มาริโอ มานด์ซูกิซ,เอ็มเร่ ชาน)ผมยังกังวลใจแทนเอ็ด(วู้ดเวิร์ด)เลยว่าเค้าจะทำงานต่อไปได้อีกนานแค่ไหนกัน ”

เดวี่ย์ แบ็คละอ่อนเสือใต้อึ้งไม่หายได้เล่นร่วมกับเลวาน,คูตี้

เดวี่ย์

     ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของบาเยิร์น มิวนิคที่ต้องเดินหน้าต่อโดยไร้สองตัวริมเส้นอย่างฟร้องซ์ ริเบรี่ และอาร์เยน ร็อบเบนแม้จะทำให้แฟนเสือใต้เป็นกังวลแต่มันกลับกลายเป็นโอกาสให้อัลฟองโซ่ เดวี่ย์ดาวรุ่งชาวแคนาดาได้รับโอกาสลงเล่น แต่ทว่าหลังจากนั้นปัญหาผู้เล่นแนวรับบาดเจ็บก็ทำให้เดวี่ย์ถูกถอยร่นไปยืนในพื้นที่แบ็คซ้ายแล้วก็ได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง จนดูเหมือนว่าเจ้าหนูวัย19ปีรายนี้จะสามารถจับจองตำแหน่งแบ็คซ้ายแบบถาวรไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     อัลฟองโซ่ เดวี่ย์ลงเล่นไปแล้ว23นัดรวมทุกรายการแต่เจ้าตัวก็ยังรู้สึกประหม่าไม่หายที่ได้ลงเล่นร่วมกับบรรดาสตาร์ของเสือใต้ “ ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เชื่อตัวเองนะที่ได้อยู่ในห้องแต่งตัวร่วมกับเลวานดอฟสกี้,คูตินโญ่ และติอาโด้(อาคันตาร่า) ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ผมเพิ่งจะได้เซ็นสัญญากับทีมแค่ไม่กี่เดือน ทีแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะได้ลงเล่นมากนัก แต่รู้สึกตัวอีกทีผมก็กลายเป็นตัวเลือกแรกๆของโค้ชไปแล้ว มันเป็นความรู้สึกดีแบบสุดๆ แม้ว่าจะได้เล่นในตำแหน่งที่แตกต่างออกไป แต่ผมก็พร้อมคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ ”

     แม้จะยังไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาเยอรมันได้แต่ทว่าเดวี่ย์ก็ยืนยันว่าในห้องแต่งตัวสามารถสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษได้สบาย “ แน่นอนผมต้องเรียนภาษาเยอรมันเพิ่มเติม แต่ในห้องแต่งตัวเราให้ภาษาอังกฤษเป็นหลักเนื่องจากบาเยิร์นเองก็มีนักเตะต่างชาติมากมาย จุดนี้เองที่ทำให้ผมไม่มีปัญหาในการสื่อสารกับโค้ชหรือรุ่นพี่คนอื่นๆในทีม ”

บิ๊กเสือใต้ชู เดวี่ย์ สุดเจ๋งเล่นร่วมกับแข้งสตาร์แบบไร้รอยต่อ

     ฮันซี่ ฟลิกซ์นายใหญ่เสือใต้ถึงกับออกปากชมถึงพัฒนาการที่โดดเด่นเกินวัยของดาวรุ่งรายนี้ “ อัลฟองโซ่เป็นตัวหลักของทีมก่อนผมเข้ามารับงาน เค้าอายุยังน้อยแต่สามารถรับมือกับความกดดันได้ดี มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้เล่นวัย19ปีกับมาตรฐานการเล่นของเรา ด้วยการเคยเล่นในตำแหน่งตัวรุกมาก่อนทำให้เค้าได้เปรียบเรื่องการต่อบอลไปข้างหน้า ยิ่งบวกกับความเร็วที่อันฟองโซ่ไม่เป็นรองใครก็ทำให้พื้นที่ฝั่งซ้ายของเราดูอันตรายขึ้นมาทันที ”

     ด้านผู้อำนวยการกีฬา ฮาซาน ซาลิฮามิสซิสก็หน้าบานไม่น้อยหน้าใครเช่นกันเพราะเป็นเค้าเองที่ดึงตัวเดวี่ย์เข้ามาร่วมรังอารีอันซ์อารีน่าในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีก่อน(มกราคม2019) “ อันฟองโซ่มีความโดดเด่นมากถ้าเทียบกับนักเตะในช่วงอายุเดียวกัน(อายุ18ตอนย้ายมา)นั่นคือเหตุผลที่เราดึงตัวเค้ามา แล้ววันนี้เค้าก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเราตัดสินใจไม่ผิด ”

เลสเตอร์ ขอช็อปบ้างเล็งรูกานี่อะไหล่ยูเว่เติมเกมรับช่วงปีใหม่

เลสเตอร์

    ทั้งที่เพิ่งจะเสียกองหลังคนสำคัญอย่างแฮรี่ แม็คไกวร์ไปไม่นาน ทว่ากองหลังตัวปัจจุบันคักล่าร์ โซยูนซูก็ดันมามีข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมบิ๊กเนมเสียอีก ทำให้แบรนดอน ร็อดเจอร์สจำต้องหาทางหนีทีไล่เอาไว้แต่เนิ่นๆด้วยการเดินหน้าล่าตัวดานิเอเล่ รูกานี่แนวรับตัวสำรองของยูเวนตุสให้จงได้

     ในซีซั่นนี้รูกานี่มีสถานะเป็นตัวสำรองชนิดถูกลืมของยูเวนตุส หลังจากเพิ่งจะได้สัมผัสเกมกัลโช่ เซเรียอาแค่เพียงเกมเดียวเท่านั้น จึงทำให้เลสเตอร์ ซิตี้สบโอกาสที่จะขอเซ้งอดีตแนวรับทีมชาติอิตาลี่มาใช้งานต่อ โดยสื่ออิตาลี่ประมาณการไว้ว่ารูกานี่น่าจะมีค่าตัวราว34ล้านปอนด์ซึ่งถือว่าไม่แพงเลย และไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับทีมอย่างเลสเตอร์ ซิตี้เนื่องจากพวกเค้ายังมีเงินคงคลังกว่า80ล้านปอนด์ที่ได้มาจากการปล่อยตัวแฮรี่ แม็คไกวร์ไปให้กับแมนยูฯ

    การที่เลสเตอร์ต้องการได้กองหลังเพิ่มนั้นยังเป็นผลมาจากผลงานอันสวยหรูในซีซั่นนี้อีกด้วย เนื่องจากพวกเค้ามีโอกาสสูงมากที่จะต้องลงเล่นในถ้วยยุโรปในปีหน้า(ไม่ว่าจะเป็นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก หรือยูโรป้าลีกส์ก็ตาม)และ ดานิเอเล่ รูกานี่ก็มีประสบการณ์ลงเล่นในเวทียุโรปกับทัพม้าลายมาแล้ว จึงน่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับเลสเตอร์ได้อย่างแน่นอน

รูกานี่เนื้อหอมนอกจาก เลสเตอร์ เเล้วทีมพรีเมียร์ลุมจีบเพียบแต่ไม่ชัวว์ว่าจะไปไหน?

    แต่ถึงจะมีข่าวกับเลสเตอร์แต่ก็ยังไม่แน่เหมือนกันว่ารูกานี่จะเลือกย้ายมาช่วยงานที่คิงพาวเวอร์สเตเดี้ยมหรือเปล่า เพราะกองหลังวัยเบญจเพศรูกานี่ยังได้รับความสนใจจากทีมอื่นในพรีเมียร์ลีกอีกเพียบไม่ว่าจะเป็นแมนยูฯ,เชลซี และอาร์เซนอล

     โดยอาร์เซนอลได้พยายามขอยืมรูกานี่มาใช้งานแล้วในช่วงต้นฤดูกาลแต่ก็โดนยูเวนตุสปัดตกข้อเสนอไปเนื่องจากพวกเค้าต้องการที่จะปล่อยตัวนักเตะรายนี้ออกไปจากทีมแบบถาวรมากกว่า จึงเชื่อว่าในช่วงเดือนมกราคมนี้บรรดาทีมเหล่านี้จะต้องยื่นข้อเสนอเข้าไปให้ทีมตราม้าลายพิจารณากันอย่างถ้วนหน้า

     ดานิเอเล่ รูกานี่ย้ายจากเอ็มโปลีมาร่วมทัพม้าลายตั้งแต่ปี2015 แต่ทว่าไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้เลย กระทั่งมาโดนมาส์ไตน์ เดอ ริกท์เข้ามาแย่งความสำคัญไปเสียอีก จึงทำให้เจ้าตัวจำต้องหาทางย้ายออกเพื่อหาโอกาสลงสนามนั่นเอง