จีนาส เป่าหูพอชฝีมือ&ค่าตัวไปไกลแล้วไม่ควรลดตัวมาคุมปืนโต

จีนาส

    ด้วยความที่คู่ปรับร่วมเมืองอย่างอาร์เซนอลยังไม่ทำการแต่งตั้งกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการเสียที ทำให้เจอร์แมน จีนาสอดีตมิดฟิลด์สเปอร์สออกมาแสดงทัศนคติเชิงกันท่าที่จะไม่ให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ตอบรับงานดังกล่าว

    อาร์เซนอลเพิ่งจะปลดอูไน เอเมรี่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพร้อมกับแต่งตั้งเฟรดริด ลุงเบิร์กให้คุมทีมชั่วคราวไปก่อน โดยมีรายชื่อของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่โผล่ขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะตำแหน่งกุนซือถาวรของไอ้ปืนใหญ่ ร้อนให้จีนาสผู้เป็นสาวกไก่เต็มขั้นออกมาแสดงตัวไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ “ อาร์เซนอลเป็นสโมสรมีชื่อแต่พวกเค้ายังคงมีเครื่องหมายคำถามเรื่องความกระหายในความสำเร็จ โปเช็ตติโน่ควรต้องพิจารณาให้ดี ผลงานในปีหลังๆสเปอร์สเค้าก็ทำได้ดีกว่าอาร์เซนอล ผมไม่ได้พูดในฐานะแฟนบอลสเปอร์ส แต่มันคือความจริงและผมไม่อยากให้โปเช็ตติโน่เอาตัวเองไปเสี่ยง ”

    “ เรื่องค่าเหนื่อยก็สำคัญโปเช็ตติโน่มีค่าตัวในระดับที่คู่ควรและอาร์เซนอลไม่น่าจะยอมจ่ายตัวเลขดังกล่าว ผมอยากเห็นเค้าได้งานใหม่ที่แมนเชสเตอร์มากกว่า(คุมแมนยูฯ)แต่มันก็ยังไม่แน่นอนว่าสถานการณ์จะไปในทิศทางนั้นหรือไม่ เพราะตอนนี้ยูไนเต็ดยังมีโซลชาอยู่ ” จีนาสอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษลงความเห็น

จีนาส กังวัลไปเองวงในแฉบอร์ดปืนใจเสาะไม่สู้ค่าเหนื่อยพอชอยู่แล้ว

     ดูเหมือนจีนาสจะขี้กังวลจนเกินไปเนื่องจากมีรายงานว่าบอร์ดบริหารของอาร์เซนอลก็ไม่คิดจะเลือกเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่เข้ามารับงานกุนซือเช่นกันเนื่องจากพวกเค้าไม่ต้องการจ่ายค่าเหนื่อยที่แพงจนเกินไปสำหรับตำเหน่งผู้จัดการทีม เนื่องจากทีมปืนใหญ่จ่ายค่าจ้างให้อูไน เอเมรี่กุนซือคนก่อนอยู่ที่ปีละ6ล้านปอนด์ ในขณะที่โปเช็ตติโน่รับค่าเหนื่อยกับงานล่าสุดที่7.5ล้านปอนด์ต่อปี และช่องว่างค่าเหนื่อยนี้เองที่ทำให้บอร์ดบริหารปืนใหญ่เลิกหวังที่จะเซ็นสัญญากับเทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์

      พร้อมกันนั้นอีกหนึ่งตัวเลือกที่อาร์เซนอลหมายตาอย่างมักซิมิเลียโน่ อัลเลกรีก็น่าจะเป็นกุนซืออีกคนที่หมดลุ้นกับงานใหม่ในเอมิเรตส์ จนทำให้ตัวเลือกของอาร์เซนอลเหลือเพียงปาทริค วิเอร่า,มิเกล อาร์เตต้า,เอ็ดดี ฮาว หรือนูโน่ เอสปิริโต ซานโต แต่ทุกคนที่อยู่ในลิสต์ต่างก็มีค่าฉีกสัญญากับต้นสังกัดเดิมทั้งสิ้น ซึ่งเป็นรายจ่ายนี้เองที่ทำให้อาร์เซนอลยังสงวนท่าทีเรื่องผู้จัดการทีมคนใหม่เสมอมา

แมนซิตี้ เอาคืนเสือใต้สุดแสบขอโกมันหากต้องปล่อยตัวซาเน่

แมนซิตี้

    ตลอดช่วงปรีซีซั่นบาเยิร์น มิวนิคแสดงตัวว่าต้องการที่จะคว้าเลรอย ซาเน่ปีกตัวเก่งของแมนซิตี้อย่างหนัก ทว่าดาวเตะทีมชาติเยอรมันดันมาบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูกาลจนทำให้โปรเจกดังกล่าวต้องชะลอตัวลงไป แต่แชมป์เก่าบุนเดสลีก้าก็ยังไม่เคยหยุดพูดถึงซาเน่เสียทีจนทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าชักหมดความอดทนพร้อมตั้งเป้าที่จะเอาคืนทีมเสือใต้ให้หงายเงิบไปบ้าง ด้วยการเดินหน้าขอซื้อตัวคิงสลี่ย์ โกมันปีกจอมทักษะมาร่วมถิ่นอัลติฮัด สเตเดี้ยมให้จงได้

    คิงสลี่ย์ โกมันคือเพชรเม็ดงามที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้เจียระไนเอาไว้ให้กับบาเยิร์น มิวนิค(เป๊ปเป็นกุนซือบาเยิร์นในฤดูกาล2015/16) เนื่องจากกุนซือชาวสเปนเป็นคนเอ่ยปากชวนโกมันในวัย19ปีให้มาลงเล่นในลีกเยอรมัน(ยืมตัวมาจากยูเวนตุส)ก่อนที่ปีกเลือดน้ำหอมจะกลายอาวุธหลักของทีมเสือใต้นับแต่นั้นมา กระทั่งในที่สุดกวาร์ดิโอล่าก็เกิดคิดถึงศิษย์เก่ารายนี้และหวังจะดึงตัวมาช่วยงานกันอีกครั้ง

     ปัจจุบันคิงสลี่ย์ โกมันมีสถานะผู้เล่นตัวหลักของบาเยิร์น มิวนิค ในซีซั่นนี้เจ้าตัวลงเล่นไปแล้ว16เกมยิงได้3ประตูและทำทางอีก5แอสซิสต์ น่าจะมีค่าตัวราว60ล้านปอนด์ซึ่งถือว่าราคานี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับทีมเงินถังอย่างแมนซิตี้

เสือใต้เห็นดีด้วยกับ แมนซิตี้ สลับขั้วซาเน่&โกมันเพราะช่วยลดรายจ่ายฮวบ

      ดูเหมือนบาเยิร์น มิวนิคเองก็อาจยอมเดินเกมตามที่แมนซิตี้ต้องการสำหรับการย้ายตัวสลับขั้นของเลรอย ซาเน่ และคิงสลี่ย์ โกมัน เนื่องจากทีมเสือใต้กระหายที่จะได้ตัวซาเน่อย่างหนักแต่ก็ยังติดขัดในส่วนของค่าตัวที่แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกตั้งราคาไว้ถึง137ล้านปอนด์ ซึ่งการส่งตัวโกมันพ่วงไปในการซื้อขายจะช่วยให้พวกเค้าลดรายจ่ายลงไปอย่างมาก(ประมาณการว่าบาเยิร์นน่าจะจ่ายส่วนต่างเพิ่มอีกราว60ล้านปอนด์)

      บาเยิร์น มิวนิคยังมีผู้เล่นริมเส้นอย่างแซตจ์ กนาบรี้,อิวาน เปริซิส และอัลฟองโซ่ เดวี่ย์ที่สามารถพึ่งพาได้ จึงทำให้พวกเค้ากล้าเสี่ยงที่จะปล่อยตัวคิงสลี่ย์ โกมันออกไปจากถิ่นอารีอัลซ์ อารีน่า อย่างไรก็ตามดีลนี้อาจยังไม่เกินขึ้นช่วงเปิดตลาดซื้อขายผู้เล่นเดือนมกราคม เนื่องจากเลรอย ซาเน่ยังอยู่ในขั้นตอนการฟื้นฟูร่างกาย(ผ่าตัดเข่า)และน่าจะฟิตกลับมาไม่ทันก่อนตลาดปิด จึงมีความเป็นไปได้ที่จะทำการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกันในช่วงซัมเมอร์หน้า(2020)มากกว่า     

ราคิติช ตัดพ้อโดนบัลเบเด้แช่แข็งทั้งที่ฝีเท้ายังคงอยู่บนมาตรฐาน

ราคิติช

    ในฤดูกาลนี้เฮอร์เนสโต้ บัลเบเด้นายใหญ่บาเซโลน่าได้เปลี่ยนถ่ายสายเลือดผู้เล่นในทีมหลายคน และผลที่ตามมาก็ทำให้อีวาน ราคิติชกองกลางจอมทักษะกลายเป็นแข้งอะไหล่ที่ไม่ค่อยจะถูกเรียกใช้งาน และกองหลางวัย31กะรัตก็ชักจะหมดความอดทนจนต้องออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ของตนเอง

    “ ตั้งแต่ผมจำความได้มันทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นฟุตบอล กระทั่งเวลานี้มันเหมือนเดิม แต่ผมกลับไม่ค่อยได้ลงเล่น ทั้งๆที่ผมอายุแค่31ปีเท่านั้นเอง ทั้งสภาพร่างกาย,ความฟิต และฟอร์มการเล่นผมยังเล่นฟุตบอลระดับสูงได้อีกนาน แต่ผมก็โดนปฏิบัติราวกับนักเตะที่ใกล้แขวนสตั๊ด ”

    “ มันเหมือนคุณกำลังเล่นของเล่นอย่างสนุกสนาน แล้วอยู่ดีๆก็มีใครซักคนเดินมาหยิบของเล่นออกจากมือคุณแล้วก็เดินจากไป มันย่อมทำให้คุณผิดหวังและเศร้า ซึ่งนั่นละความรู้สึกของผมในตอนนี้ ”

    เมื่อถูกถามว่าเจ้าตัวไม่หวั่นว่าคำพูดเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อสถานะในทีมบาซ่าหรือ? ราคิติชก็ตอบสวนทันทีว่าเค้าเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวที่พร้อมจะแสดงออกความรู้สึกนึกคิดออกไปอย่างจริงใจ “ ผมเป็นคนเปิดเผยนะ อารมณ์ความรู้สึกต่างๆที่ผมมีผมพร้อมแสดงออก ผมไม่หวั่นว่าคนอื่นจะมองเช่นไรยามผมร้องไห้ หรือยามที่มีความสุขผมก็ต้องการที่จะฉลอง ฉะนั้นผมแค่พูดถึงความเป็นจริงที่มันเกิดขึ้นเท่านั้น ”

ราคิติช เนื้อหอมฉุยทั้งอินเตอร์&แมนยูฯรอคิวล่าตัวช่วงมกรา

     คำให้สัมภาษณ์ของราคิติชเหมือนเป็นการแสดงออกอย่างอ้อมๆว่าเจ้าตัวพร้อมที่จะแตกหักกับบาซ่าแล้วหลังจากเพิ่งได้รับโอกาสลงเล่นในซีซั่นนี้รวมกันเพียง255นาที(10นัดรวมทุกถ้วย)เท่านั้น โดย เฮอร์เนสโต้ บัลเบเด้เลือกที่จะให้แฟรงกี้ เดอ ยองลงทำหน้าที่แทนและดาวรุ่งชาวดัตซ์ก็ที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีกต่างหาก จนเชื่อว่าบาเซโลน่าเองก็พร้อมที่จะถีบหัวส่งกองกลางทีมชาติโครเอเชียเช่นกัน ซึ่งอินเตอร์มิลาน และแมนยูฯต่างก็คอยเกาะติดสถานการณ์ในครั้งนี้มาโดยตลอด

     รายงานจากสื่อดังในสเปนยืนยันว่าค่าฉีกสัญญาของราคิติชในช่วงเดือนมกราคมนี้อยู่ที่ราว30ล้านปอนด์ ซึ่งค่าตัวดังกล่าวไม่เกินกำลังที่งูใหญ่จะรับได้ แตกต่างกับปีศาจแดงที่หวังเสนอเป็นเงื่อนไขยืมตัวเท่านั้น จนทำให้มีความเป็นไปได้ที่ราคิติชจะเลือกย้ายไปสัมผัสเกมการแข่งขันในศึกกัลโช่ เซเรียอามากกว่า เนื่องจากครอบครัวของเค้าก็ปรารถนาที่จะใช้ชีวิตในอิตาลี่มากกว่า

ปืนใหญ่ ขวัญกระเจิงเกินกว่าที่อูไนจะเยียวยาได้แล้ว จีนาสกล่าว

ปืนใหญ่

     หลังจากประจักษ์กับฟอร์มในสนามของอาร์เซนอลนัดบุกไปพ่ายเลสเตอร์ ซิตี้อย่างไร้ทรง0-2 เจอแมน จีนาสก็ได้ออกมาช่วยสมทบคำติติงเกี่ยวกับผลงานของทัพกันเนอร์ที่กำลังประสบปัญหารอบด้าน โดยอดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษอ่านขาดว่าปัญหาที่อาร์เซนอลกำลังพบเจอมันใหญ่เกินกว่ากุนซืออูไน เอเมรี่จะแก้ไขได้อีกแล้ว

      อาร์เซนอลสร้างโอกาสเข้าทำในเกมดังกล่าวเพียง5ครั้งพร้อมยิงเข้ากรอบเพียงหนเดียวอันเป็นถือว่าเป็นสัญญาณที่เลวร้ายอย่างมาก “ มันมั่วไปหมด พวกเค้าไม่สามารถประสานงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกแล้ว แม้แต่หลังเสียประตูพวกเค้าต้องเดินหน้าบุก แต่มันก็ไม่ดีขึ้น ผู้เล่นแทบทุกคนเล่นกันอย่างกล้าๆกลัวๆ ผู้เล่นที่พอจะฝากความหวังได้อย่างลากาแซตต์ และโอบาเมยองกลับถูกถ่างออกไปเล่นด้านข้าง คำถามคือแล้วใครจะเข้าไปเล่นในกรอบเขตโทษ ”

     “ มีจังหวะที่เลสเตอร์เสียบอลบริเวณกลางสนาม แต่ผู้เล่นอาร์เซนอลกลับเสียบอลคืนโดนที่ผู้เล่นเลสเตอร์ยังไม่ได้พยายามแย่งบอลคืนด้วยซ้ำ มันชัดเจนเลยว่าผู้เล่นอาร์เซนอลกำลังสับสน ความกังวลของพวกเค้าแสดงออกอย่างชัดเจนผ่านสีหน้าและการเคลื่อนไหว ผมคิดว่ามันเป็นวิกฤตที่หนักมากในรอบ20ปีเลยก็ว่าได้ ผมมองไม่เห็นโอกาสที่อูไน เอเมรี่จะพาทีมผ่านมันไปได้ ” จีนาสอดีตกองกลางสเปอร์สเป็นกังวลแทนแฟนบอลปืนโต

เอ็นริเก้เริ่มคุยกับบอร์ด ปืนใหญ่ แล้วลือกันไปอาจได้คุมทีมแทนอูไน

     ท่ามกลางบรรยากาศเก้าอี้อันร้อนระอุของอูไน เอเมรี่ก็ได้มีข่าวที่ร้อนยิ่งกว่าเมื่อมีรายงานระบุว่า ราอูล ซานเยฮี ประธานบริหารของอาร์เนอลได้บินตรงไปยังประเทศสเปนเพื่อพูดคุยกับหลุยส์ เอ็นริเก้แล้ว ซึ่งหากสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้เมื่อไหสโมสรอาร์เซนอลก็จะทำการปลดอูไน เอเมรี่ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมทันที เนื่องจากประจักษ์แก่สายตากันถ้วนหน้าแล้วว่าอดีตนายใหญ่เปเอสเชไม่น่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จำนำพาปืนใหญ่กลับมาทวงโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกได้เลย

     ในซีซั่นนี้อูไน เอเมรี่สร้างความผิดพลาดในสายตาแฟนบอลปืนใหญ่หลายประการไม่ว่าจะเป็นการเลือกนักเตะที่ไร้วุฒิภาวะอย่างกรานิต ชาก้าเข้ามารับตำแหน่งกัปตันทีม,เมินต่อฝีเท้าของเมซุต โอซิล(เพิ่งกลับมาใช้งานตอนหลังที่เต็งจะโดนไล่ออก) และผลงานในสนามก็ตกต่ำผิดหูผิดตา5เกมหลังสุดพวกเค้าไม่ชนะใครเลยแถมโดนเจาะตาข่ายรวมกันถึง11ประตู

โอเว่น อ่านขาดซาล่าอัพเกรดแนวทางเล่นในสนามทำเกมรุกหงส์ฉลุย

โอเว่น

   ในซีซั่นนี้โมฮัมเหม็ด ซาล่าผลงานการทำประตูดูจะเงียบเหงาลงไป ทว่าปีกชาวอียิปต์ก็ยังคงมีส่วนร่วมกับเกมรุกของลิเวอร์พูลอยู่ตลอด อย่างในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเกมล่าสุดที่ปราบเกงค์ได้2-1ก็ปรากฎว่าซาล่าก็ทำได้หนึ่งแอสซิสต์ในเกม โดยไมเคิล โอเว่นดาวยิงรุ่นพี่ได้ออกมาวิเคราะห์ว่าซาล่าได้เปลี่ยนทัศนคติบางอย่างในสนามจนทำให้เจ้าตัวมักจะเข้าในพื้นที่สุดและมีโอกาสจบสกอร์ได้มากกว่าเดิม

   โมฮัมเหม็ด ซาล่ายิงไปแล้ว8ประตูพร้อมทำ5แอสซิสต์จากการลงเล่น16เกมรวมทุกรายการ ซึ่งจะเห็นว่าแม้จำนวนประตูจะลดลงไปบ้างทว่าเจ้าตัวก็เพิ่มเติมในส่วนการทำทางให้เพื่อนเข้ามาแทนที่ซึ่งจุดนี้ไมเคิล โอเว่นมองว่าเป็นพัฒนาการที่ดี “ ซาล่าปรับเปลี่ยนวิธีการเล่น แต่เดิมเค้ามักคาดหวังการเลี้ยงหลบ หรือการส่งบอลให้เพื่อนได้เล่นในตำแหน่งที่ดี แต่ตอนนี้เค้ามักจะอ่านจังหวะเพื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีโอกาสเข้าทำ แน่นอนเค้ากลายเป็นตัวอันตรายอาจโดนประกบมากขึ้น แต่เค้าก็ยังเอาตัวรอดได้หรือแม้แต่บ่อยครั้งก็ดึงจังหวะเพื่อให้เพื่อนได้ทำประตู นี่เป็นการยกระดับการเล่นที่พัฒนาไปอีกขั้นของเค้าเลย ” โอเว่นกล่าวชื่นชม

โอเว่น แอบจิกบังโมชักจะเสพติดการมีชื่อทำประตู

    ไมเคิล โอเว่นเองก็เคยรับบทกองหน้าให้กับลิเวอร์พูลในช่วงปี1996-2004 ได้ออกมาแซวรุ่นน้องอย่างซาล่าว่าเดี๋ยวนี้ทุกนาทีในสนามดูเหมือนจะหมกมุ่นเพียงการทำประตูเท่านั้น “ เมื่อคุณยิงประตูได้เยอะๆแล้วจบด้วยการเป็นดาวซัลโว มันอาจทำให้คุณติดใจ มันอาจะหล่อหลอมให้คุณยอมปรับวิธีการเล่นหรือลดทอนบางขั้นตอนออกไปเพื่อที่จะยิงประตูให้ได้มากขึ้น ดูเหมือนซาล่าเองก็กำลังไปในทางนั้น ในเกมกับเกงค์มันชัดเจนมากๆว่าเค้าอยากมีชื่อบนสกอร์บอร์ด ”

      “ ก่อนหน้านี้มีบางคำตำหนิว่าเค้า(ซาล่า)เล่นบอลแบบเห็นแก่ตัวเกินไป มันเหลวไหลนะ ในเสี้ยวนาทีของโอกาสในสนามมันแทบไม่มีโอกาสได้คิดหรอก กองหน้าที่ดีก็ต้องคิดแต่ว่าจะเล่นเองจะยิงเองด้วยกันทั้งนั้น มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย ซาล่าเองก็คงไม่ได้ใส่ใจอะไรกับคำวิจารณ์เหล่านี้ เพราะเค้าก็ยังคงลงเล่นด้วยความกระหายประตูตลอดมา ในความคิดผมเค้ายกระดับการเล่นของตัวเองไปมากในช่วงสองปีหลังสุด นั่นทำให้เค้ากลายเป็นแนวรุกคนสำคัญของลิเวอร์พูลอย่างไม่ต้องสงสัย ” ไมเคิล โอเว่นอดีตขวัญใจชาวเดอะค็อปกล่าวทิ้งท้าย

สมอลลิ่ง ยันปีหน้ากลับโอลด์แทร็ฟฟอร์ดพร้อมฝีเท้าที่แกร่งขึ้น

สมอลลิ่ง

   คริส สมอลลิ่งกองหลังชาวอังกฤษที่ปัจจุบันย้ายมาเล่นให้กับโรม่าด้วยสัญญายืมตัว ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าไม่คิดที่จะย้ายมาเป็นสมาชิกของทีมหมาป่าแห่งโรมอย่างถาวรแต่อย่างใด กลับกันเจ้าตัวตั้งเป้าที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกอิตาลี่ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ยกระดับฝีเท้า หลังจากนั้นเจ้าตัวก็จะกลับไปตัวเลือกของทีมแมนยูฯอีกครั้งในปีหน้า

   แม้ว่าจะสมอลลิ่งจะโดนปีศาจแดงปล่อยยืมตัวออกมาก็ตาม ทว่ากองหลังวัย29ปีก็ยังยืนยันว่าตนเองนั่นยังอยู่ในแผนการทำทีมของโอเล่ กุนน่า โซลชาอย่างแน่นอน “ ผมย้ายมาอิตาลี่เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ และเจ้านาย(โซลชา)ก็ยังคอยติดตามฟอร์มผมอยู่ เรายังติดต่อกันเรื่อยๆ เจ้านายบอกกับผมไม่ต้องกังวลเมื่อหมดสัญญายืมตัวผมก็จะยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกของทีม แต่ผมตั้งเป้าที่จะยกระดับการเล่นของตัวเองก่อนกลับไป ผมเป็นนักสู้และผมไม่เคยยอมแพ้ ผมต้องการกลับไปยังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดอย่างสง่างาม ”

    “ การได้เล่นกับโรม่าทำให้ผมมีแรงกระตุ้นที่ดี และฟอร์มของผมก็กำลังไปได้สวย ผมคิดว่ามีผู้เล่นอังกฤษไม่มากนักที่มีโอกาสย้ายมาเล่นในอิตาลี่ ซึ่งผมประทับใจกับฟุตบอลที่นี่มาก ผมคิดไม่ผิดจริงๆที่ยอมรับข้อเสนอของโรม่า มองจากจุดนี้มีแนวโน้มสูงมากที่ผมจะจบฤดูกาลในอิตาลี่อย่างมีความสุข ” สมอลลิ่งกล่าวอย่างภาคภูมิ

สมอลลิ่ง รับการมาของแม็คไกวร์เป็นเหตุต้องเผ่นมาลีกเลี่ยน

    อย่างไรก็ตาม คริส สมอลลิ่ง ก็ยอมรับว่าการเซ็นสัญญากับ แฮรี่ แม็คไกวร์ ส่งผลกระทบต่อตำแหน่งในทีมอย่างเต็มเปาจนทำให้เจ้าตัวตอบรับโอกาสออกมาผจญภัยกับโรม่า “ ตอนปรีซีซั่นเจ้านายบอกกับผมอย่างชัดเจนว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแต่มันไม่มีการการันตีตัวจริง อันที่จริงผมไม่ได้อึดอัดอะไรสำหรับการเป็นนักเตะยูไนเต็ดคุณต้องต่อสู้เพื่อโอกาสลงเล่นอยู่แล้ว ระหว่างนั้นข้อเสนอจากโรม่าก็ยื่นเข้ามา เมื่อผมพิจารณาแล้วมันมีโอกาสที่ผมจะได้ลงเล่นมากขึ้น เจ้านายเองก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร เค้าบอกกับผมเพียงว่านายไปทำหน้าที่ของนาย พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่านายเจ๋งแค่ไหน พวกเราจะเฝ้าดูนายเอง และจำเอาไว้ว่านายยังเป็นนักเตะของยูไนเต็ด เมื่อกลับมานายก็จะยังเป็นส่วนหนึ่งของทีม ” โดยสมอลลิ่งย้ายมาสวมเสื้อหมายเลข5ให้กับโรม่าในซีซั่นนี้ และได้กลายเป็นผู้เล่นตัวหลักในแนวรับของทัพหมาป่าไปแล้วจากการลงสนามไปแล้ว7นัดยิงได้1ประตูจากทุกรายการ

เบรสชา โลกสวยหวังรั้งโตนาลี่แม้บิ๊กเนมยุโรปจองบัตรคิวกันแล้ว

เบรสชา

   ถึงเบรสชาจะมีสถานเป็นเพียงทีมน้องใหม่ของศึกกัลโช่ เซเรียอา ทว่าพวกเค้าก็ยังมีตั้งความหวังยิ่งใหญ่ด้วยการจับดาวรุ่งอย่างซานโดร โตนาลี่ขยายสัญญาออกไปให้จงได้ แม้ว่าในเวลานี้จะมีสโมสรชั้นนำอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้,ลิเวอร์พูล,โรม่า,ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และลิเวอร์พูลที่คอยเฝ้ารอโอกาสฉกตัวเจ้าหนูวัย19ปีรายนี้อยู่ด้วยก็ตาม โดยประธานสโมสรเบรสชายังเชื่อว่าโตนาลี่ควรปักหลักอยู่ช่วยทีมต่อไปจะเป็นการดีต่อตัวเองมากที่สุด

   ปัจจุบันซานโดร โตนาลี่ยังคงมีสัญญาอยู่กับเบรสชาไปจนถึงมิถุนายน2021 และต้นสังกัดของเค้าก็หวังจะทุ่มค่าเหนื่อยเพื่อรั้งให้นักเตะฉายา “ นิวปิโล่ ” ยอมลงหลักปักฐานกับทีมต่อไป “ เบรสชามีแผนการสำหรับอนาคตไว้แล้ว และโตนาลี่ก็อยู่ในแผนหลักของเรา โตนาลี่เป็นนักเตะคนสำคัหากต่อสัญญากับเค้าออกไปได้มันจะสร้างผลกระทบต่อทีมได้อย่างมหาศาล ผม(ประธานสโมสรเบรสชา)หวังว่ามันจะโอเค เค้าจะได้รับค่าเหนื่อยมหาศาลจากสัญญาฉบับใหม่ แต่ที่สำคัญที่สุดคือเราจะสนุกกับเกมฟุตบอลต่อไป โตนาลี่จะเป็นตัวจริงของเราอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าเค้าเลือกย้ายไปอยู่สโมสรใหญ่ๆเค้าอาจไม่ได้เล่นสม่ำเสมอเหมือนตอนอยู่ที่นี่ ” มัสซิโม่ เซลลิโน่เจ้าของทีมเบรสชาเผยแผนการที่มีต่อดาวรุ่งรายนี้

เบรสชา รีดค่าตัวโตนาลี่300ล้านยูโรเพื่อขู่ทีมบิ๊กเนมให้ถอยหนี

    ก่อนหน้านี้มัสซิโม่ เซลลิโน่ได้เคยออกมาเปิดเผยว่ามีการทาบทามจากทั้งฝั่งลิเวอร์พูล และโรม่าแต่เจ้าของสโมสรเบรสชาในวัย63กะรัตก็ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะรักษายอดแข้งรายนี้ไว้ในถิ่นสตาดิโอ มาริโอ ริกามอนติต่อไป “ มีความสนใจในตัวโตนาลี่มาจากรอบทิศเลยละ ทั้งในอิตาลี่เองก็ดีและจากลีกอื่นๆ แต่ผมยังเชื่อว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เค้า(โตนาลี่)จะย้ายออก โตนาลี่กำลังอยู่ในช่วงวัยที่สำคัญ การได้เล่นอย่างต่อเนื่องจะยิ่งพัฒนาเค้าให้กลายเป็นนักเตะที่ดีสมบูรณ์ ซึ่งเบรสชาเป็นที่แรกที่พร้อมประกาศว่าเค้าจะได้รับมัน(โอกาสลงเล่นต่อเนื่อง) ”

    นอกจากนี้มัสซิโม่ เซลลิโน่ผู้ซึ่งเคยเป็นประธานสโมสรลีดส์ยูไนเต็ดมาก่อนยังได้ตั้งค่าตัวซานโดร โตนาลี่ไว้อย่างสุดโหดเพื่อหวังว่าจะทำให้ทีมที่ให้ความสนใจยอมถอยหนีกันไปเอง “ ในการพูดคุยรายละเอียดในสัญญาฉบับใหม่ เอเยนต์ของเค้า(โตนาลี่)บอกกับผมว่าโตนาลี่ควรมีค่าตัวซัก50ล้านยูโร ผมก็เลยตอบเค้าไปว่ามันควรจะเป็น300ล้านยูโรเลยต่างหาก ”

เอวร่า แย้งแข้งหงส์สุดอันตรายหาใช่ซาล่า&มาเน่แต่คือมิลเนอร์

เอวร่า

    ปาทริค เอวร่าเมื่อครั้งสมัยเป็นผู้เล่นเจ้าตัวเคยลงเล่นในตำแหน่งแบ๊คซ้ายให้กับแมนยูฯมาก่อนถึง8ซีซั่น ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัวต้องเคยดวลกับผู้เล่นชั้นนำของพรีเมียร์ลีกมาแล้วอย่างโชกโชน กระทั้งวันนี้อดีตดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสก็ได้ออกมาเปิดเผยกับสาธารณชนถึงมุมมองที่มีต่อนักเตะจอมเก๋าของลิเวอร์พูลอย่างเจมส์ มิลเนอร์

     แฟนบอลทั่วไปอาจมองว่าซาดิโอ มาเน่ หรือโมฮัมเหม็ด ซาล่าคือผู้เล่นสุดอันตรายของลิเวอร์พูล ทว่าสำหรับเอวร่าแล้วเจมส์ มิลเนอร์ต่างหากที่ยามเมื่อคุณอยู่ในสนามแล้วละก็คุณจะประมาทเค้าไม่ได้เลย “ ผมเคยดวลกับมิลเนอร์หลายครั้ง ฉะนั้นผมบอกเลยว่านี่คือผู้เล่นที่เปี่ยมไปด้วยมันสมองขนานแท้ แม้ทุกวันนี้เค้าจะอายุก้าวเข้าเลขสามแล้วแต่มาตรฐานการเล่นของเค้าก็ยังไร้ที่ติ คุณย้อนดูลูกแอสซิสต์ในเกมกับเลสเตอร์ซิเค้าเปลี่ยนเกมได้ในเสี้ยวนาที ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเกมบุกของเลสเตอร์กำลังขึงลิเวอร์พูลอยู่แล้วแท้ๆ นี่คือประสบการณ์และวิสัยทัศน์ชั้นยอด นับว่าโชคดีเหลือเกินเกมกับแมนยูฯที่ผ่านมาเจอร์เกน คล็อปป์ไม่ส่งเค้าลงสนาม ” เอวร่าในวัย38ปีกล่าวอย่างเบาใจ

เอวร่า รำลึกความหลังมิลเนอร์สมัยหนุ่มป่วนซะไม่กล้าเติมเกมบุก

    เอวร่ายังได้ย้อนอดีตให้ฟังอีกว่าถ้าเป็นสมัยที่เจมส์ มิลเนอร์ยังมีสภาพร่างกายที่สดการรับมือกับนักเตะสารพัดประโยชน์รายนี้ยิ่งยากขึ้นไปอีก “ ผมมักจะชอบเติมเกมบุกและมิลเนอร์ก็รู้ดี ฉะนั้นเค้าจะคอยรบกวนสมาธิผมอยู่ตลอด มันทำให้ผมดันสู้ได้อย่างไม่เต็มที่ห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะหากผมเสีบยบอลให้เค้า(มิลเนอร์)มันไม่ใช่เพียงการเสียบอลเฉยๆแน่ แต่เค้าจะตัดสินใจทำในสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับเราได้แบบฉับพลัน บางครั้งก็เป็นการดึงตัวประกอบเพื่อให้เพื่อนเติมขึ้นไปเล่นแทน หรือบางครั้งเค้าก็วางบอลไปยังพื้นที่ว่าง ผมบอกว่าเลยว่าการต้องเจอกับมิลเนอร์ในสนามมันคือฝันร้ายชัดๆ และผมไม่ชอบมันเอาเสียเลย ”

 นอกจากนี้อดีตฟูลแบ๊คชาวฝรั่งเศสยังเคยโดนมิลเนอร์อำในสนามอีกต่างหาก “ เค้ายังป่วนสมาธิคุณได้อีกต่างหาก ถ้าผมเริ่มถอยต่ำเค้าก็มักจะชี้ไปข้างหน้าเพื่อส่งสัญญาณว่าเติมเกมซิ ดันขึ้นไปอีก ฉันจะได้รอเล่นงานนายให้สนุกไปเลย เค้าช่างเป็นนักเตะที่ครบเครื่องเสียจริงๆ ” ปาทริค เอวร่ากล่าวชื่นชมส่งท้าย

โอซิล ยันขออยู่ปืนจนครบสัญญายันขอมุ่งมั่นการซ้อมเพื่อลงเล่น

โอซิล

    สถานการณ์ของเมซุต โอซิลกับอาร์เซนอลถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ เมื่อเพลเมกเกอร์ชาวเยอรมันไม่มีปัญหาสภาพร่างกาย และฟอร์มการเล่นก็ไม่ได้ตกต่ำแต่อยู่ดีๆเจ้าตัวก็หลุดจากทีมเอาดื้อชนิดที่หาคำตอบไม่เจอ จนบ้างก็ว่าโอซิลจะหนีไปค้าแข้งในลีกเติร์ก บ้างก็ว่าเค้าจะย้ายไปปั้นเกมรุกให้บาซ่า ทว่าสุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็ได้ยืนยันกับนักข่าวบีบีซีว่าจะไม่ย้ายไปไหนทั้งนั้นแต่จะขอสู้เพื่อโอกาสกลับมาลงสนามกับทีมปืนใหญ่

     “ ผมตัดสินใจฝากอนาคตไว้กับอาร์เซนอล มันเป็นการตัดสินใจตั้งแต่ตอนต่อสัญญาแล้ว มันจะไม่เปลี่ยนแปลง เป้าหมายของผมมีเพียงการได้ลงสนามเท่านั้น แน่นอนมันยากที่ไม่ได้ลงเล่น ผมไม่ชอบมันเอาเสียเลยแต่มันเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล และผมยอมรับการตัดสินใจของโค้ช ”

    ก่อนหน้านี้อูไน เอเมรี่ได้เคยออกมาพาดพิงว่าโอซิลไม่ใช่นักเตะที่ทุ่มเทในสนามซ้อมจนไม่มีชื่อลงเล่นในระยะหลัง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ปฏิเสธในเรื่องนี้ “ ผมตอบในส่วนของผมว่าผมพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว แต่การเลือกผู้เล่นลงสนามมันไม่ใช่การตัดสินใจของผมและผมยอมรับมันได้ ผมก็จะทำในส่วนของผมต่อไป ที่แน่ๆคือผมจะไม่เดินหนีจากทีมไปแน่ ”

โอซิล รับไม่สนิทใจอูไนแต่ทำงานร่วมกันได้และให้ความเคารพเสมอ

    เมซุต โอซิลจัดว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ประสบความสำเร็จในวงการลูกหนังมาอย่างโชกโชน ซึ่งเจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าไม่เคยเหลิงและให้ความเคารพกับผู้จัดการทีมทุกคนที่ร่วมงานด้วย “ นักฟุตบอลเหมือนนักแสดง โค้ชก็คงเหมือนผู้กำกับ และผมเคารพโค้ชทุกคนที่เคยร่วมงานทั้งโชเซ่ มูรินโญ่,อาร์แซน เวนเกอร์,โยอาคิม เลิฟ และอูไน เอเมรี่ ”

    “ ผมอาจไม่รู้ใจอูไนไปซะทุกเรื่อง แต่ผมเชื่อว่าเรามีจุดหมายร่วมกันคือเราต้องการพาอาร์เซนอลไปสู่จุดที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนั่นทำให้ผมยังคงเคารพเค้าต่อไป แม้เค้าจะไม่เลือกผมลงเล่นพรุ่งนี้มันก็จะยังเหมือนเดิม ”

     พร้อมกันนั้นก็ยังมีเสียงค่อนคอดว่าโอซิลยินดีอยู่ข้างสนามต่อไปตราบเท่าที่ยังได้ค่าเหนื่อยก้อนโต เจ้าตัวก็ได้ปฏิเสธโดยทันที “ ทุกคนมีสิทธพูดในสิ่งที่พวกเค้าคิด แต่ผมไม่ได้สนใจมันหรอก ตอนจบฟุตบอลโลกเมื่อปีก่อนผมกลับมาซ้อมก่อนกำหนดด้วยซ้ำ เพราะเราได้โค้ชใหม่ผมต้องการซึมซับทุกๆอย่างในอาร์เซนอลให้ได้มากที่สุด นั่นคือความสุขของผม บางคนค่าเหนื่อยของผมมันอาจจะทำให้มีคนไม่พอใจ แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องแคร์ ” โอซิลยักไหล่ส่งท้าย

เอ็มเร่ชาน บ่นม้าลายเปลี่ยนไปไม่ส่งลงสนามบ่อยเท่าปีซีซั่นก่อน

เอ็มเร่ชาน

    สำหรับนักฟุตบอลการได้สวมยูนิฟอร์มลายขาวดำของยูเวนตุสอาจทำให้หลายคนประทับใจ แต่ทว่าเอ็มเร่ ชานกองกลางชาวเยอรมันกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เพราะตั้งแต่ทีมเปลี่ยนกุนซือมาเป็นเมาริซิโอ ซารี่เจ้าตัวต้องประสบชะตากรรมที่ยากลำบากเริ่มตั้งแต่การไม่ถูกใส่ชื่อในทีมชุดลงเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รวมไปถึงในกัลโช่ เซเรียอาที่ลงแข่งกันไปแล้ว7นัดแต่ทว่าเอ็มเร่ ชานก็ยังไม่เคยได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับเค้าเลย กระทั่งในที่สุดดาวเตะวัยเบญเพศก็ได้ออกมาระบายอารมณ์ว่าชักไม่ค่อยปลื้มกับชีวิตการค้าแข้งในตูรินเสียแล้ว

    “ มันไม่ใช่เรื่องปกติเลยสำหรับผม ทั้งๆที่ปีก่อนผมยังเป็นตัวหลักอยู่เลย แถมผลงานผมก็ไม่ได้ขี้เหล่อะไร แต่ปีนี้ผมแทบไม่ได้เล่นเลย ถ้าพูดจากใจก็ต้องยอมรับว่าผมไม่มีความสุขหรอก ผมตัดสินใจมาเล่นกับยูเว่เพื่ออะไรที่แตกต่างกว่านี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเสร็จภารกิจทีมชาติแล้วผมจะได้ลงเล่นกับทีมมากน้อยแค่ไหน แม้ลึกๆผมจะยังแอบหวังว่าผมจะได้เล่นมากกว่านี้ก็ตาม ” เอ็มเร่ ชานอดีตกองกลางหงส์แดงกล่าวอย่าเสียอารมณ์

เอ็มเร่ชาน ซึ้งใจได้เล่นกับยูเว่น้อยแต่เลิฟยังวางใจเรียกติดทัพอินทรี

   ทั้งที่ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาโดยตลอดสำหรับเอ็มเร่ ชานทว่าในฤดูกาลนี้กลับได้รับโอกาสลงสนามกับยูเวนตุสรวมกันทั้งสิ้นเพียง78นาที(โดยนเปลี่ยนเป็นตัวสำรองรวมกัน3เกม)แต่ก็ยังดีที่โยอาคิม เลิฟเทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมันยังเรียกตัวมาติดทีมชาติเยอรมัน “ ผมพยายามมองโลกในแง่ดีอย่างน้อยผมก็ยังได้ลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมัน ผมเป็นหนี้บุญคุณโยอาคิม เลิฟอย่างมากเลย ทั้งๆที่ผมไม่ได้เล่นให้ยูเวนตุสมากนัก แต่เค้าก็ยังมอบความมั่นใจให้กับผม ” เอ็มเร ชานบอกเล่าถึงความปลาบปลื้ม

    เอ็มเร่ ชานเคยเป็นขวัญใจของแฟนบอลลิเวอร์พูล โดยนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นในแอนฟิลด์ในปี2014 เจ้าตัวก็สามารถพาทีมลิเวอร์พูลเช้าชิงฟุตบอลถ้วยถึงสามรายการได้แก่ถ้วยลีกคัพ,ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และยูโรป้าลีกแต่ทว่าชานก็อกหักได้เพียงรองแชมป์ไปเสียทุกครั้งจนทำให้เจ้าตัวตัดสินใจอำลาทีมหงส์แดงในปี2018 เพื่อย้ายมาเล่นกับยูเวนตุส แล้วเพียงขวบปีแรกเจ้าตัวก็ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง(ลงสนาม37เกม) และยังสามารถพาเบียงโคเนรี่คว้าแชมป์กัลโช่เซเรียอา และซุปเปอร์โคปาอีตาเรียได้สำเร็จ