สมอลลิ่ง ยันปีหน้ากลับโอลด์แทร็ฟฟอร์ดพร้อมฝีเท้าที่แกร่งขึ้น

สมอลลิ่ง

   คริส สมอลลิ่งกองหลังชาวอังกฤษที่ปัจจุบันย้ายมาเล่นให้กับโรม่าด้วยสัญญายืมตัว ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าไม่คิดที่จะย้ายมาเป็นสมาชิกของทีมหมาป่าแห่งโรมอย่างถาวรแต่อย่างใด กลับกันเจ้าตัวตั้งเป้าที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกอิตาลี่ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ยกระดับฝีเท้า หลังจากนั้นเจ้าตัวก็จะกลับไปตัวเลือกของทีมแมนยูฯอีกครั้งในปีหน้า

   แม้ว่าจะสมอลลิ่งจะโดนปีศาจแดงปล่อยยืมตัวออกมาก็ตาม ทว่ากองหลังวัย29ปีก็ยังยืนยันว่าตนเองนั่นยังอยู่ในแผนการทำทีมของโอเล่ กุนน่า โซลชาอย่างแน่นอน “ ผมย้ายมาอิตาลี่เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ และเจ้านาย(โซลชา)ก็ยังคอยติดตามฟอร์มผมอยู่ เรายังติดต่อกันเรื่อยๆ เจ้านายบอกกับผมไม่ต้องกังวลเมื่อหมดสัญญายืมตัวผมก็จะยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกของทีม แต่ผมตั้งเป้าที่จะยกระดับการเล่นของตัวเองก่อนกลับไป ผมเป็นนักสู้และผมไม่เคยยอมแพ้ ผมต้องการกลับไปยังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดอย่างสง่างาม ”

    “ การได้เล่นกับโรม่าทำให้ผมมีแรงกระตุ้นที่ดี และฟอร์มของผมก็กำลังไปได้สวย ผมคิดว่ามีผู้เล่นอังกฤษไม่มากนักที่มีโอกาสย้ายมาเล่นในอิตาลี่ ซึ่งผมประทับใจกับฟุตบอลที่นี่มาก ผมคิดไม่ผิดจริงๆที่ยอมรับข้อเสนอของโรม่า มองจากจุดนี้มีแนวโน้มสูงมากที่ผมจะจบฤดูกาลในอิตาลี่อย่างมีความสุข ” สมอลลิ่งกล่าวอย่างภาคภูมิ

สมอลลิ่ง รับการมาของแม็คไกวร์เป็นเหตุต้องเผ่นมาลีกเลี่ยน

    อย่างไรก็ตาม คริส สมอลลิ่ง ก็ยอมรับว่าการเซ็นสัญญากับ แฮรี่ แม็คไกวร์ ส่งผลกระทบต่อตำแหน่งในทีมอย่างเต็มเปาจนทำให้เจ้าตัวตอบรับโอกาสออกมาผจญภัยกับโรม่า “ ตอนปรีซีซั่นเจ้านายบอกกับผมอย่างชัดเจนว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแต่มันไม่มีการการันตีตัวจริง อันที่จริงผมไม่ได้อึดอัดอะไรสำหรับการเป็นนักเตะยูไนเต็ดคุณต้องต่อสู้เพื่อโอกาสลงเล่นอยู่แล้ว ระหว่างนั้นข้อเสนอจากโรม่าก็ยื่นเข้ามา เมื่อผมพิจารณาแล้วมันมีโอกาสที่ผมจะได้ลงเล่นมากขึ้น เจ้านายเองก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร เค้าบอกกับผมเพียงว่านายไปทำหน้าที่ของนาย พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่านายเจ๋งแค่ไหน พวกเราจะเฝ้าดูนายเอง และจำเอาไว้ว่านายยังเป็นนักเตะของยูไนเต็ด เมื่อกลับมานายก็จะยังเป็นส่วนหนึ่งของทีม ” โดยสมอลลิ่งย้ายมาสวมเสื้อหมายเลข5ให้กับโรม่าในซีซั่นนี้ และได้กลายเป็นผู้เล่นตัวหลักในแนวรับของทัพหมาป่าไปแล้วจากการลงสนามไปแล้ว7นัดยิงได้1ประตูจากทุกรายการ

เบรสชา โลกสวยหวังรั้งโตนาลี่แม้บิ๊กเนมยุโรปจองบัตรคิวกันแล้ว

เบรสชา

   ถึงเบรสชาจะมีสถานเป็นเพียงทีมน้องใหม่ของศึกกัลโช่ เซเรียอา ทว่าพวกเค้าก็ยังมีตั้งความหวังยิ่งใหญ่ด้วยการจับดาวรุ่งอย่างซานโดร โตนาลี่ขยายสัญญาออกไปให้จงได้ แม้ว่าในเวลานี้จะมีสโมสรชั้นนำอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้,ลิเวอร์พูล,โรม่า,ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และลิเวอร์พูลที่คอยเฝ้ารอโอกาสฉกตัวเจ้าหนูวัย19ปีรายนี้อยู่ด้วยก็ตาม โดยประธานสโมสรเบรสชายังเชื่อว่าโตนาลี่ควรปักหลักอยู่ช่วยทีมต่อไปจะเป็นการดีต่อตัวเองมากที่สุด

   ปัจจุบันซานโดร โตนาลี่ยังคงมีสัญญาอยู่กับเบรสชาไปจนถึงมิถุนายน2021 และต้นสังกัดของเค้าก็หวังจะทุ่มค่าเหนื่อยเพื่อรั้งให้นักเตะฉายา “ นิวปิโล่ ” ยอมลงหลักปักฐานกับทีมต่อไป “ เบรสชามีแผนการสำหรับอนาคตไว้แล้ว และโตนาลี่ก็อยู่ในแผนหลักของเรา โตนาลี่เป็นนักเตะคนสำคัหากต่อสัญญากับเค้าออกไปได้มันจะสร้างผลกระทบต่อทีมได้อย่างมหาศาล ผม(ประธานสโมสรเบรสชา)หวังว่ามันจะโอเค เค้าจะได้รับค่าเหนื่อยมหาศาลจากสัญญาฉบับใหม่ แต่ที่สำคัญที่สุดคือเราจะสนุกกับเกมฟุตบอลต่อไป โตนาลี่จะเป็นตัวจริงของเราอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าเค้าเลือกย้ายไปอยู่สโมสรใหญ่ๆเค้าอาจไม่ได้เล่นสม่ำเสมอเหมือนตอนอยู่ที่นี่ ” มัสซิโม่ เซลลิโน่เจ้าของทีมเบรสชาเผยแผนการที่มีต่อดาวรุ่งรายนี้

เบรสชา รีดค่าตัวโตนาลี่300ล้านยูโรเพื่อขู่ทีมบิ๊กเนมให้ถอยหนี

    ก่อนหน้านี้มัสซิโม่ เซลลิโน่ได้เคยออกมาเปิดเผยว่ามีการทาบทามจากทั้งฝั่งลิเวอร์พูล และโรม่าแต่เจ้าของสโมสรเบรสชาในวัย63กะรัตก็ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะรักษายอดแข้งรายนี้ไว้ในถิ่นสตาดิโอ มาริโอ ริกามอนติต่อไป “ มีความสนใจในตัวโตนาลี่มาจากรอบทิศเลยละ ทั้งในอิตาลี่เองก็ดีและจากลีกอื่นๆ แต่ผมยังเชื่อว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เค้า(โตนาลี่)จะย้ายออก โตนาลี่กำลังอยู่ในช่วงวัยที่สำคัญ การได้เล่นอย่างต่อเนื่องจะยิ่งพัฒนาเค้าให้กลายเป็นนักเตะที่ดีสมบูรณ์ ซึ่งเบรสชาเป็นที่แรกที่พร้อมประกาศว่าเค้าจะได้รับมัน(โอกาสลงเล่นต่อเนื่อง) ”

    นอกจากนี้มัสซิโม่ เซลลิโน่ผู้ซึ่งเคยเป็นประธานสโมสรลีดส์ยูไนเต็ดมาก่อนยังได้ตั้งค่าตัวซานโดร โตนาลี่ไว้อย่างสุดโหดเพื่อหวังว่าจะทำให้ทีมที่ให้ความสนใจยอมถอยหนีกันไปเอง “ ในการพูดคุยรายละเอียดในสัญญาฉบับใหม่ เอเยนต์ของเค้า(โตนาลี่)บอกกับผมว่าโตนาลี่ควรมีค่าตัวซัก50ล้านยูโร ผมก็เลยตอบเค้าไปว่ามันควรจะเป็น300ล้านยูโรเลยต่างหาก ”

เอวร่า แย้งแข้งหงส์สุดอันตรายหาใช่ซาล่า&มาเน่แต่คือมิลเนอร์

เอวร่า

    ปาทริค เอวร่าเมื่อครั้งสมัยเป็นผู้เล่นเจ้าตัวเคยลงเล่นในตำแหน่งแบ๊คซ้ายให้กับแมนยูฯมาก่อนถึง8ซีซั่น ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัวต้องเคยดวลกับผู้เล่นชั้นนำของพรีเมียร์ลีกมาแล้วอย่างโชกโชน กระทั้งวันนี้อดีตดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสก็ได้ออกมาเปิดเผยกับสาธารณชนถึงมุมมองที่มีต่อนักเตะจอมเก๋าของลิเวอร์พูลอย่างเจมส์ มิลเนอร์

     แฟนบอลทั่วไปอาจมองว่าซาดิโอ มาเน่ หรือโมฮัมเหม็ด ซาล่าคือผู้เล่นสุดอันตรายของลิเวอร์พูล ทว่าสำหรับเอวร่าแล้วเจมส์ มิลเนอร์ต่างหากที่ยามเมื่อคุณอยู่ในสนามแล้วละก็คุณจะประมาทเค้าไม่ได้เลย “ ผมเคยดวลกับมิลเนอร์หลายครั้ง ฉะนั้นผมบอกเลยว่านี่คือผู้เล่นที่เปี่ยมไปด้วยมันสมองขนานแท้ แม้ทุกวันนี้เค้าจะอายุก้าวเข้าเลขสามแล้วแต่มาตรฐานการเล่นของเค้าก็ยังไร้ที่ติ คุณย้อนดูลูกแอสซิสต์ในเกมกับเลสเตอร์ซิเค้าเปลี่ยนเกมได้ในเสี้ยวนาที ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเกมบุกของเลสเตอร์กำลังขึงลิเวอร์พูลอยู่แล้วแท้ๆ นี่คือประสบการณ์และวิสัยทัศน์ชั้นยอด นับว่าโชคดีเหลือเกินเกมกับแมนยูฯที่ผ่านมาเจอร์เกน คล็อปป์ไม่ส่งเค้าลงสนาม ” เอวร่าในวัย38ปีกล่าวอย่างเบาใจ

เอวร่า รำลึกความหลังมิลเนอร์สมัยหนุ่มป่วนซะไม่กล้าเติมเกมบุก

    เอวร่ายังได้ย้อนอดีตให้ฟังอีกว่าถ้าเป็นสมัยที่เจมส์ มิลเนอร์ยังมีสภาพร่างกายที่สดการรับมือกับนักเตะสารพัดประโยชน์รายนี้ยิ่งยากขึ้นไปอีก “ ผมมักจะชอบเติมเกมบุกและมิลเนอร์ก็รู้ดี ฉะนั้นเค้าจะคอยรบกวนสมาธิผมอยู่ตลอด มันทำให้ผมดันสู้ได้อย่างไม่เต็มที่ห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะหากผมเสีบยบอลให้เค้า(มิลเนอร์)มันไม่ใช่เพียงการเสียบอลเฉยๆแน่ แต่เค้าจะตัดสินใจทำในสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับเราได้แบบฉับพลัน บางครั้งก็เป็นการดึงตัวประกอบเพื่อให้เพื่อนเติมขึ้นไปเล่นแทน หรือบางครั้งเค้าก็วางบอลไปยังพื้นที่ว่าง ผมบอกว่าเลยว่าการต้องเจอกับมิลเนอร์ในสนามมันคือฝันร้ายชัดๆ และผมไม่ชอบมันเอาเสียเลย ”

 นอกจากนี้อดีตฟูลแบ๊คชาวฝรั่งเศสยังเคยโดนมิลเนอร์อำในสนามอีกต่างหาก “ เค้ายังป่วนสมาธิคุณได้อีกต่างหาก ถ้าผมเริ่มถอยต่ำเค้าก็มักจะชี้ไปข้างหน้าเพื่อส่งสัญญาณว่าเติมเกมซิ ดันขึ้นไปอีก ฉันจะได้รอเล่นงานนายให้สนุกไปเลย เค้าช่างเป็นนักเตะที่ครบเครื่องเสียจริงๆ ” ปาทริค เอวร่ากล่าวชื่นชมส่งท้าย

โอซิล ยันขออยู่ปืนจนครบสัญญายันขอมุ่งมั่นการซ้อมเพื่อลงเล่น

โอซิล

    สถานการณ์ของเมซุต โอซิลกับอาร์เซนอลถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ เมื่อเพลเมกเกอร์ชาวเยอรมันไม่มีปัญหาสภาพร่างกาย และฟอร์มการเล่นก็ไม่ได้ตกต่ำแต่อยู่ดีๆเจ้าตัวก็หลุดจากทีมเอาดื้อชนิดที่หาคำตอบไม่เจอ จนบ้างก็ว่าโอซิลจะหนีไปค้าแข้งในลีกเติร์ก บ้างก็ว่าเค้าจะย้ายไปปั้นเกมรุกให้บาซ่า ทว่าสุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็ได้ยืนยันกับนักข่าวบีบีซีว่าจะไม่ย้ายไปไหนทั้งนั้นแต่จะขอสู้เพื่อโอกาสกลับมาลงสนามกับทีมปืนใหญ่

     “ ผมตัดสินใจฝากอนาคตไว้กับอาร์เซนอล มันเป็นการตัดสินใจตั้งแต่ตอนต่อสัญญาแล้ว มันจะไม่เปลี่ยนแปลง เป้าหมายของผมมีเพียงการได้ลงสนามเท่านั้น แน่นอนมันยากที่ไม่ได้ลงเล่น ผมไม่ชอบมันเอาเสียเลยแต่มันเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล และผมยอมรับการตัดสินใจของโค้ช ”

    ก่อนหน้านี้อูไน เอเมรี่ได้เคยออกมาพาดพิงว่าโอซิลไม่ใช่นักเตะที่ทุ่มเทในสนามซ้อมจนไม่มีชื่อลงเล่นในระยะหลัง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ปฏิเสธในเรื่องนี้ “ ผมตอบในส่วนของผมว่าผมพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว แต่การเลือกผู้เล่นลงสนามมันไม่ใช่การตัดสินใจของผมและผมยอมรับมันได้ ผมก็จะทำในส่วนของผมต่อไป ที่แน่ๆคือผมจะไม่เดินหนีจากทีมไปแน่ ”

โอซิล รับไม่สนิทใจอูไนแต่ทำงานร่วมกันได้และให้ความเคารพเสมอ

    เมซุต โอซิลจัดว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ประสบความสำเร็จในวงการลูกหนังมาอย่างโชกโชน ซึ่งเจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าไม่เคยเหลิงและให้ความเคารพกับผู้จัดการทีมทุกคนที่ร่วมงานด้วย “ นักฟุตบอลเหมือนนักแสดง โค้ชก็คงเหมือนผู้กำกับ และผมเคารพโค้ชทุกคนที่เคยร่วมงานทั้งโชเซ่ มูรินโญ่,อาร์แซน เวนเกอร์,โยอาคิม เลิฟ และอูไน เอเมรี่ ”

    “ ผมอาจไม่รู้ใจอูไนไปซะทุกเรื่อง แต่ผมเชื่อว่าเรามีจุดหมายร่วมกันคือเราต้องการพาอาร์เซนอลไปสู่จุดที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนั่นทำให้ผมยังคงเคารพเค้าต่อไป แม้เค้าจะไม่เลือกผมลงเล่นพรุ่งนี้มันก็จะยังเหมือนเดิม ”

     พร้อมกันนั้นก็ยังมีเสียงค่อนคอดว่าโอซิลยินดีอยู่ข้างสนามต่อไปตราบเท่าที่ยังได้ค่าเหนื่อยก้อนโต เจ้าตัวก็ได้ปฏิเสธโดยทันที “ ทุกคนมีสิทธพูดในสิ่งที่พวกเค้าคิด แต่ผมไม่ได้สนใจมันหรอก ตอนจบฟุตบอลโลกเมื่อปีก่อนผมกลับมาซ้อมก่อนกำหนดด้วยซ้ำ เพราะเราได้โค้ชใหม่ผมต้องการซึมซับทุกๆอย่างในอาร์เซนอลให้ได้มากที่สุด นั่นคือความสุขของผม บางคนค่าเหนื่อยของผมมันอาจจะทำให้มีคนไม่พอใจ แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องแคร์ ” โอซิลยักไหล่ส่งท้าย

เอ็มเร่ชาน บ่นม้าลายเปลี่ยนไปไม่ส่งลงสนามบ่อยเท่าปีซีซั่นก่อน

เอ็มเร่ชาน

    สำหรับนักฟุตบอลการได้สวมยูนิฟอร์มลายขาวดำของยูเวนตุสอาจทำให้หลายคนประทับใจ แต่ทว่าเอ็มเร่ ชานกองกลางชาวเยอรมันกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เพราะตั้งแต่ทีมเปลี่ยนกุนซือมาเป็นเมาริซิโอ ซารี่เจ้าตัวต้องประสบชะตากรรมที่ยากลำบากเริ่มตั้งแต่การไม่ถูกใส่ชื่อในทีมชุดลงเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รวมไปถึงในกัลโช่ เซเรียอาที่ลงแข่งกันไปแล้ว7นัดแต่ทว่าเอ็มเร่ ชานก็ยังไม่เคยได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับเค้าเลย กระทั่งในที่สุดดาวเตะวัยเบญเพศก็ได้ออกมาระบายอารมณ์ว่าชักไม่ค่อยปลื้มกับชีวิตการค้าแข้งในตูรินเสียแล้ว

    “ มันไม่ใช่เรื่องปกติเลยสำหรับผม ทั้งๆที่ปีก่อนผมยังเป็นตัวหลักอยู่เลย แถมผลงานผมก็ไม่ได้ขี้เหล่อะไร แต่ปีนี้ผมแทบไม่ได้เล่นเลย ถ้าพูดจากใจก็ต้องยอมรับว่าผมไม่มีความสุขหรอก ผมตัดสินใจมาเล่นกับยูเว่เพื่ออะไรที่แตกต่างกว่านี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเสร็จภารกิจทีมชาติแล้วผมจะได้ลงเล่นกับทีมมากน้อยแค่ไหน แม้ลึกๆผมจะยังแอบหวังว่าผมจะได้เล่นมากกว่านี้ก็ตาม ” เอ็มเร่ ชานอดีตกองกลางหงส์แดงกล่าวอย่าเสียอารมณ์

เอ็มเร่ชาน ซึ้งใจได้เล่นกับยูเว่น้อยแต่เลิฟยังวางใจเรียกติดทัพอินทรี

   ทั้งที่ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาโดยตลอดสำหรับเอ็มเร่ ชานทว่าในฤดูกาลนี้กลับได้รับโอกาสลงสนามกับยูเวนตุสรวมกันทั้งสิ้นเพียง78นาที(โดยนเปลี่ยนเป็นตัวสำรองรวมกัน3เกม)แต่ก็ยังดีที่โยอาคิม เลิฟเทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมันยังเรียกตัวมาติดทีมชาติเยอรมัน “ ผมพยายามมองโลกในแง่ดีอย่างน้อยผมก็ยังได้ลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมัน ผมเป็นหนี้บุญคุณโยอาคิม เลิฟอย่างมากเลย ทั้งๆที่ผมไม่ได้เล่นให้ยูเวนตุสมากนัก แต่เค้าก็ยังมอบความมั่นใจให้กับผม ” เอ็มเร ชานบอกเล่าถึงความปลาบปลื้ม

    เอ็มเร่ ชานเคยเป็นขวัญใจของแฟนบอลลิเวอร์พูล โดยนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นในแอนฟิลด์ในปี2014 เจ้าตัวก็สามารถพาทีมลิเวอร์พูลเช้าชิงฟุตบอลถ้วยถึงสามรายการได้แก่ถ้วยลีกคัพ,ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และยูโรป้าลีกแต่ทว่าชานก็อกหักได้เพียงรองแชมป์ไปเสียทุกครั้งจนทำให้เจ้าตัวตัดสินใจอำลาทีมหงส์แดงในปี2018 เพื่อย้ายมาเล่นกับยูเวนตุส แล้วเพียงขวบปีแรกเจ้าตัวก็ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง(ลงสนาม37เกม) และยังสามารถพาเบียงโคเนรี่คว้าแชมป์กัลโช่เซเรียอา และซุปเปอร์โคปาอีตาเรียได้สำเร็จ

เฟคีร์ มีปัญหาที่เข่าจนอดร่วมทัพหงส์แดงจริงเอเยนต์ยืนยัน

เฟคีร์

     ลิเวอร์พูลจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเคยเป็นข่าวว่าใกล้ที่จะได้ตัวนาบิล เฟคีร์กองกลางจอมทักษะมาร่วมทัพ ทว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการเซ็นสัญญาอยู่ๆดีลก็เกิดล่มลงกลางคันชนิดที่เรียกว่าอารมณ์ค้างทั้งสโมสรและแฟนบอลเลยทีเดียว จนทำให้เมื่อให้หลังจากที่เฟคีร์ได้ย้ายทีม(จากโอลิมปิคลียง)ไปอยู่กับรีล เบติสแล้วเจ้าตัวก็ได้ออกมากล่าวโจมตีทีมหงส์แดงว่าเป็นคนทำลายอนาคตการค้าแข้งเนื่องจากลิเวอร์พูลแจ้งต่อสาธารณะว่าตัวเค้ามีปัญหาบริเวณหัวเข่าและไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายนำพาให้เฟคีร์มีปัญหาด้านสุขภาพจิตจนต้องเข้าพบผู้เชี่ยวชาญเลยทีเดียว(เฟคีร์อ้าง)

     อย่างไรก็ตามด้านฌอง-ปิแอร์ แบร์นส์ผู้ที่เคยเป็นเอเยนต์ให้เฟคีร์สมัยยังค้าแข้งอยู่กับลียงก็ได้ออกมาแฉกลับชนิดหนังคนละม้วน “ เค้าต้องเข้าใจก่อนว่าการที่ลิเวอร์พูลอ้างว่าติดปัญหาเรื่องหัวเข่ามันเป็นข้ออ้างก็ไม่ถูกต้องนักหรอก เค้ามีปัญหาที่เข่าจริงแต่ที่จริงทั้งผมและลิเวอร์พูลสามารถหาทางออกร่วมกันได้ แต่มันมีตัวแปรอื่นๆที่เข้ามาเกี่ยวข้องแล้วทำให้ลิเวอร์พูลรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลจนพวกเค้าต้องยอมถอดใจต่างหาก ”

ลิเวอร์พูลโดนญาติ เฟคีร์ รีดค่านายหย้าเฟคีร์จนทำดีลล่ม

    อดีตเอเยนต์ของเฟคีร์ยังเล่าต่ออีกถึงการพยายามเข้ามาวุ่นวานของกลุ่มเครือญาตินักเตะ “ มันเป็นเรื่องจริงที่ผมและลิเวอร์พูลหาข้อสรุปเพื่อการดึงตัวเฟคีร์มายังแอนฟิลด์ มันเป็นเวลา3-4เดือนทีเดียวจนทุกอย่างเหลือเพียงรอการจรดปากกาเซ็นสัญญาก็จะสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่การที่ลิเวอร์พูลยอมตกลงค่าเหนื่อยก้อนโตให้เค้านี่ละที่เป็นปัญหา เพราะเมื่อญาติของเฟคีร์ได้รู้พวกเค้าก็ก้าวเข้ามาเจ้ากี้เจ้าการในเรื่องนี้ทันที ”

    “ พี่เขยของเค้ากับทนายส่วนตัวได้ติดต่อไปยังลิเวอร์พูลแล้วบอกว่าต้องตกลงกันใหม่ ชนิดที่ทั้งผมและตัวแทนสโมสรลิเวอร์พูลต่างก็งงว่านี่มันคืออะไร พวกเราอยู่ในวงการฟุตบอลมานาน ไม่มีใครยอมรับการกระทำแบบนี้ จนทำให้ฝ่ายลิเวอร์พูลเองที่เป็นฝ่ายยกเลิกการเจรจา ซึ่งมันน่าเสียดายเพราะที่จริงเฟคีร์มีฝีเท้าที่ดีพอจะเล่นให้กับลิเวอร์พูล แต่เค้าเป็นคนเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้เอง ตอนที่พี่เขยเค้าวางท่ากับลิเวอร์พูล เค้าก็ไม่ได้พูดอะไร เค้าไม่ได้สบตาตัวแทนของลิเวอร์พูลด้วยซ้ำไป ” ฌอง-ปิแอร์ แบร์นส์กล่าวทิ้งท้าย

เนย์มาร์ ยิงให้ปารีสต่อเนื่องทว่าก็ยังไม่ได้ใจแฟนบอลกลับคืน

เนย์มาร์

    ทั้งที่เพิ่งจะได้กลับคืนสู่ทีมชุดใหญ่ของปารีส แซงต์ แชร์กแมงไม่นานทว่าเนยร์มาร์ก็สามารถพังประตูสำคัญให้ทีมได้อย่างต่อเนื่อง โดยในแม็ตซ์ล่าสุดดาวยิงแซมบ้าก็เป็นพังประตูชัยให้เปเอสเชบุกไปเอาชนะบอกโดซ์ได้1-0 แต่ถึงแม้ว่าเมยร์มาร์จะเป็นตัวการสำคัญต่อการนำเป็นจ่าฝูงต่อไปก็ตาม ทว่าแฟนบอลจำนวนมาก็ยังไม่รู้สึกประทับใจในตัวเนย์มาร์แต่อย่างใด ซึ่งเป็นผลมาจากที่ก่อนหน้านี้กองหน้าทีมชาติบราซิลได้แข็งข้อที่จะไม่ยอมลงเล่นให้กับทีมเพื่อมุ่งหวังที่จะย้ายกลับอยู่กับบาเซโลน่านั่นเอง

    โธมัส ทูเคิลได้เรียกตัวเนย์มาร์กลับเข้าทีมชุดใหญ่ในช่วงที่แนวรุกตัวเก่งพร้อมใจกันเดี้ยงทั้งหมด และด้วยความที่มีฝีเท้าอันฉกาจฉกรรจ์อยู่เป็นทุนก็ทำให้เจ้าตัวอาศัยโอกาสนี้แสดงผลงานกับเปเอสเชได้อย่างสุดสะเด่าด้วยการยิงไป3ประตูทั้งๆที่เพิ่งจะได้รับโอกาสลงสนามเพียง4เกม แต่ผลงานอันโดดเด่นเพียงไรก็ยังไม่อาจเป็นที่ยอมรับได้มุมของแฟนบอลปารีสฯ เมื่อปรากฏว่าเมื่อไม่นานมานี้ยังมีมือดีพ่นสเปร์ด้วยข้อความอันเผ็ดร้อนเพื่อขับไล่เจ้าตัวให้ย้ายออกจากทีมไปให้เร็ว รวมไปถึงแฟนบอลบางส่วนก็ยืนยันว่าพวกเค้าจะสนับสนุนสโมสรต่อไป แต่จะไม่สนับสนุนเนย์มาร์อย่างแน่นอน

เนย์มาร์ รับบาดหมางกับแฟนบอลเป็นเรื่องธรรมดาที่ยอมรับได้

    แม้ว่าจะไม่มีแฟนบอลหนุนหลังมากเท่าเดิมแต่เนย์มาร์ก็ยังแสดงจุดยืนว่าพร้อมจะเต็มที่กับปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่อไป “ การมีส่วนร่วมกับชัยชนะของทีม(เปเอสเช)เป็นอะไรที่สุดยอด และมันคือแรงจูงใจที่ทำให้ผมอยากก้าวไปข้างหน้า ยิ่งประตูในเกมวันนี้ด้วยแล้วมันสุดยอดมากๆ เพราะเรากำลังอยู่ในช่วงสำคัญที่จะรักษาตำแหน่งจ่าฝูง ยิ่งตอนนี้เอ็มปัปเป้ก็กลับมาแล้วเกมฟุตบอลของเราจะต้องกลับมาคึกคักอีกครั้งอย่างแน่นอน ” เนย์มาร์วัย27ปีกล่าวอย่างดีใจ

    “ แน่นอนว่าการมีคนชื่นชมย่อมดีกว่า แต่ผมเป็นนักฟุตบอล หน้าที่ของผมคือการทำให้ทีมชนะไม่ใช่การทำให้แฟนบอลรัก และการที่ยังมีบางคนที่ไม่เข้าใจคุณ ไม่อยากมองคุณ ไม่อยากคุยกับคุณในเวลานี้ ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องจงเกลียดจงชังกันตลอดไป ซักวันพวกเค้าก็อาจหันกลับมาสนับสนุนคุณอีกก็ได้ เพราะฟุตบอลเป็นเกมที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ยังไงละ พวกเค้าจึงอาจจะใช้อารมณ์ตัดสินคุณบ้าง มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ” หัวหอกดีกรีทีมชาติบราซิลกล่าวอย่างผ่อนคลาย

อิคาดี้ อยู่เป็นอ้างเลือกมาปารีสเหตุอยู่งูต่อไปก็ยังไร้แชมป์

อิคาดี้

    ทั้งๆที่เมาโร อิคาดี้ถูกอันโตนิโอ คอนเต้ตัดออกจากแผนการทำทีม จนชนิดที่เรียกว่าถ้าทนอยู่อินเตอร์มิลานต่อไปก็คงไม่ได้รับโอกาสลงสนาม จนต้องยอมรับสภาพย้ายมาเป็นสมาชิกของปารีส แซงต์ แชร์กแมงด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลาหนึ่งซีซั่น(พร้อมเงื่นไขซื้อขาด)ทว่าดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์กลับยักไหล่บอกว่าเหตุผลที่เลือกมาเปเอสเชนั้นมีเพียงหนึ่งเดียวคือต้องการคว้าแชมป์ให้ได้ซึ่งเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะได้รับสิ่งนี้(ได้แชมป์)กับอดีตต้นสังกัด(อินเตอร์มิลาน)

   “ ผมเป็นนักเตะที่กระหายชัยชนะเสมอ ฉะนั้นผมมีสองสิ่งที่ต้องการคือเล่นยูซีแอลและคว้าแชมป์ลีก ในส่วนการได้เล่นยูซีแอลผมได้ทำมันมาแล้วกับอินเตอร์ แต่หลังจากอยู่กับทีมมา7ปีผมยังไม่เคยได้ฉลองแชมป์กับอินเตอร์เลย ผมจึงคิดว่ามันน่าจะถึงเวลาแล้วที่ผมจะมองหาความท้าทายครั้งใหม่ และเปเอสเชก็ตอบโจทย์อย่างมาก ในทีมเต็มไปด้วยผู้เล่นสตาร์ ทำให้ทุกๆวันเราต่างยกระดับการเล่นให้กันและกัน ซึ่งผมมั่นใจว่าผมดีพอ แล้วเราจะได้เห็นว่าผมทำอะไรได้บ้าง ” อิคาดี้ที่เพิ่งได้ลงสนามในลีกเอิงเพียงแค่28นาทีกล่าวอย่างมีความหวัง

เอ็มปั๊ปเป้หนุน อิคาดี้ ทัศนะคติดีประสบความสำเร็จกับปารีสชัวว์

     ก่อนหน้านี้เปาโล ดิคานิโอได้ออกมาโจมตีเมาโร อิคาดี้ว่าไม่ดีพอสำหรับปารีส แซงต์ แชร์กแมงเนื่องจากเคยมีปัญหาทางวินัยกับอินเตอร์จนหมดอนาคตมาแล้ว ทว่าเพื่อนร่วมอย่างคิลิยาน เอ็มปั๊ปเป้กลับเห็นต่างออกไป “ บางคนบอกว่าอิคาดี้มีปัญหาเรื่องนั้นเรื่องนี้ ผมไม่แน่ใจนะว่ามันเป็นปัญหาไหม เพราะเราไม่เห็นสิ่งที่เค้าพูดกันในสนามซ้อมเลย อิคาดี้ก็เป็นผู้เล่นชั้นดีคนหนึ่งที่ทำงานหนักเพื่อทีม ส่วนตัวเราเป็นนักฟุตบอลเหมือนกัน และผมขอใช้เหตุผลของฟุตบอลตัดสินเค้า อิคาดี้ก็คือผู้เล่นคนสำคัญของเรา ”

    “ เท่าที่เห็นเค้าเป็นคนขี้อายด้วยซ้ำ แต่เวลาเค้าได้บอลนี่มันโครตอันตรายเลย ผมรู้สึกได้เลยว่าถ้าเค้าปลดล็อคประตูแรกให้เราได้แล้วละก็ เค้าจะยิงประตูได้อย่างต่อเนื่องอย่างแน่นอน ” เอ็มปั๊ปเป้สนับสนุนเพื่อนร่วมทีม

    เมาโร อิคาดี้ได้รับความสนใจจากหลายทีมในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นแอตเลติโก้ มาดริด,นาโปลี และโมนาโก ทว่าสุดท้ายแล้วดาวยิงวัย26กะรัตก็เลือกย้ายมาสวมเสื้อหมายเลข18เพื่อลงเล่นให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

หงส์ โดนกดดัน!! ลอร์โร่ปลอบใจแข้งหงส์ไม่ต้องคิดมากพ่ายนาโปลีเพราะเปาไร้กึ๋น

หงส์

   หลังความพ่ายแพ้ต่อนาโปลีในศึกยูซีแอลก็นำพาให้นักเตะของลิเวอร์พูลโดนกดดันอย่างหนัก เนื่องจากพวกเค้าเป็นแชมป์เก่าในรายการนี้ แต่กลับประเดิมสนามด้วยความพ่ายแพ้และกลายเป็นทีมท้ายตารางของกลุ่มอี ร้อนถึงรุ่นเก๋าอย่างมาร์ค ลอว์เรนสันต้องออกมาช่วยกู้หน้าให้กับรุ่นน้อง เมื่ออดีตกองหลังชาวเดอะค็อปมองว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมคือการเสียจุดโทษซึ่งแท้ที่จริงแล้วนาโปลีไม่ควรได้รับมัน

    ลอร์โร่ได้ออกมาให้กำลังผู้เล่นลิเวอร์พูลโดยเค้ามองว่าผู้ตัดสินตามเกมไม่ทันเป็นผลให้หงส์แดงต้องพ่ายแพ้ไปอย่างโชคร้าย “ มันเป็นเกมที่เข้มขัน นาโปลีเป็นทีมที่ดีส่วนลิเวอร์พูลเป็นแชมป์เก่ารายการนี้ มันเป็นเกมที่กดดัน และลูกจุดโทษก็เปลี่ยนโฉมหน้าของเกมไปเลย มันน่าตลกที่มีเทคโนโลยีVARแต่จังหวะนี้กรรมการก็ยังเป่าให้จุดโทษอยู่ดี มันน่าเจ็บใจแต่พวกเค้าต้องลืมมันให้เร็วที่สุดและโฟกัสในเกมที่เหลือ ”

โรเบิตร์ สัน แบ๊คซ้าย หงส์ ช้ำหนักปิดแอคเค้าทวิตเตอร์หนีชาวเดอะค็อปที่ลุมด่า

   ในขณะเดียวกันแอนดรู โรเบิร์ตสันดูจะเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีของเหล่าแฟนบอล เมื่อแบ๊คซ้ายชาวสก็อตมีส่วนร่วมกับทั้งสองประตูที่เสียไป และทันทีที่จบเกมทวิตเตอร์ของโรเบิร์ตสันก็ระอุขึ้นทันที เมื่อมีแฟนลิเวอร์พูลเดนตายที่ดาหน้าเข้าไปคอมเม้นต์ก่นด่าอย่างไม่ไว้หน้า จนทำให้เจ้าตัวต้องปิดแอคเค้าต์ทวิตเตอร์เพื่อตัดปัญหาบานปลาย

    ข้อความที่ชาวเดอะค๊อปส่งไปในทวิตเตอร์ของโรเบิร์ตสันนั้นมีมาต่อเนื่องราวและไม่มีท่าทีจะหยุดง่ายๆ บ้างก็ล้อเลียนว่าเค้าเฟอะฟะเข้าสกัดไม่ดูเหลี่ยมดูเชิง ,บ้างก็ไล่เค้าไปมีSEXกับสัตว์ หรือบ้างก็ว่านี่ไม่ใช่แบ็คซ้ายคนเก่งในซีซั่นที่แล้ว ซึ่งถ้อยความเหล่านี้ทำร้ายจิตใจแอนดรู โรเบิร์ตสันเป็นอย่างมาก จนเจ้าตัวต้องยอมตัดใจปิดบัญชีทวิตเตอร์ดังกล่าวเสียเพื่อหัวกลับไปโฟกัสผลงานในสนามอย่างเต็มที่

   อย่างไรก็ตามก็ยังมีแฟนบอลอีกจำนวนหนึ่งที่ยังพยายามให้กำลังใจนักเตะลิเวอร์พูล พร้อมตั้งคำถามถึงเทคโนโลยีVARว่ามีประโยชน์กับเกมการแข่งขันฟุตบอลจริงหรือไม่ เนื่องจากหากชมรีเพลย์ภาพอีกครั้งเราจะเห็นว่าโรเบิร์ตสันให้เท้าสะกิดที่บอลแต่เป็นโฆเซ่ กาเยฆ่อนเป็นฝ่ายวิ่งเข้ามาหาสะดุดล้มไปเอง ซึ่งแฟนบอลกลุ่มนี้คาดหวังว่าทีมงานVARจะส่งสัญญาณให้ผู้ตัดสินชมภาพอีกครั้งเผื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน แต่ทว่าทีมงานVARไม่ได้แจ้งความผิดปกติแต่อย่างใดกลับมาจนทำให้ลิเวอร์พูลต้องเสียผลประโยชน์จากจังหวะดังกล่าว

ม้าลาย ไม่ใส่ชื่อมานซูคิซทีมชุดที่จะบุกไปเยือนฟิออเรนติน่า

ม้าลาย

   ยูเวนตุสทีมในกลุ่มหัวตารางกัลโช่ เซเรียอาที่กำลังมีคิวไปเยือน อันเตมิโอ้ ฟรังคี่ย์(รังเหย้าของฟิออเรนติน่า)และมีความเป็นไปได้สูงมากที่เมาริซิโอ ซารี่จะไม่ใส่ชื่อมาริโอ มานซูคิซไปในรายชื่อผู้เล่นตัวสำรอง เนื่องจากหัวหอกดีกรีรองแชมป์ฟุตบอลโลก2018กำลังเจรจาเพื่อย้ายทีมอยู่นั่นเอง

   มาริโอ มานซูคิซยังไม่มีส่วนร่วมในเกมลีกของทัพม้าลายเลยแม้แต่นาทีเดียว ทั้งที่เจ้าตัวเป็นกำลังหลักของทีมมาโดยตลอดในยุคของแม๊กซิมิเรียโน่ อัลเลกรี ทว่าภายหลังจากยูเวนตุสเปลี่ยนโหมดเข้าสู่การคุมทีมของเมาริซิโอ ซารี่บทบาทเดิมของมานซูคิซก็โดนกอนซาโล่ อิกัวอินแย่งไปเสียดื้อๆ ซ้ำร้ายยังโดนหั่นชื่อออกจากลิสต์นักเตะที่จะลงเล่นในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกต่างหาก ก็ยิ่งทำให้มานซูคิซหมดความอดทนที่จะต้องร่วมงานกับซารี่ต่อไป แล้วมุ่งหมายที่จะไปตายเอาดาบหน้าในเมเจอร์ลีกซึ่งออปชั่นโยกย้ายไปยังของสหรัฐอเมริกานั้นยังสามารถดำเนินการย้ายทีมได้อยู่นั่นเอง

มานซูคิชต้องเปิดตูดเหตุ ม้าลาย ปฏิบัติต่อกันอย่างไม่ให้เกียรติ

   มานซูคิซหัวหอกมากประสบการณ์ของยูเวนตุส ไม่ปลื้มกับสถานการณ์ในทีมซึ่งมาถึงจุดแตกหักเมื่อไม่มีชื่อไปเตะUCL “ หน้าที่ผมคือการซ้อมและลงเล่นเมื่อโค้ชสั่ง ซึ่งผมเคารพสิ่งนี้ โอเคการไม่ได้เล่นในเซเรียอายังพอเข้าใจได้ แต่การหลุดชื่อไปเล่นUCLแบบไม่มีปี่ไม่ขลุ่ยนี่มันทำผมหัวเสียจริงๆ ซารี่ควรปฏิบัติกับผมแบบลูกผู้ชายกว่านี้ถ้าเค้าบอกผมให้ชัดเจนผมจะได้รู้ตัวว่าต้องหาทางออกอย่างไร แต่เรื่องนี้มันมาเข้ามาหาผมตลอดตลาดซื้อขายปิดตัวไปแล้ว ”

    “ เอเยนต์ของผมกำลังหาทางออกอยู่ว่าเรายังมีออปชั่นย้ายทีมไปไหนได้บ้าง มีข้อเสนอจากทีมตะวันออกกลาง(กาตาร์)แต่เรายังรอดูอยู่ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากไปอเมริกามากกว่า ที่นั่นมีสลาตัน(อิบราฮิโมวิช) และเวนย์ รูนี่ ” มานซูคิซวัย33ปีกล่าวถึงเป้าหมายต่อในการค้าแข้ง

    มาริโอ มานซูคิซจัดว่าเป็นผู้เล่นที่มีความภักดีต่อยูเวนตุสเสมอมา เนื่องจากที่แล้วมาเจ้าตัวได้บอกปัดโอกาสโอกาสย้ายไปร่วมทีมบิ๊กเนมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง และแมนยูมาแล้ว อีกทั้งยังประสบความสำเร็จกับเบียงโคเนรี่อย่างมากมายเช่นกัน อันได้แก่การได้แชมป์ลีกอิตาลี่4สมัย,ถ้วยโคปา อีตาเลีย3สมัย และอีตาเลี่ยนซุปเปอร์คัพอีกหนึ่งสมัย